มารู้จัก สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) กับ Royaltec
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
2822 ผู้เข้าชม

มารู้จัก สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) กับ Royaltec
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
เป็นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็นที่นิยมมากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมัย แรก ๆ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีระบบเครือข่ายบางประเภทที่ยังใช้สายประเภทนี้อยู่ เราจึงอยากให้ทุกท่านมารู้จักสายชนิดนี้กันครับ
สายโคแอกเชียล เป็นสายสัญญาณไฟฟ้านำข้อมูลแบบอนาล็อก
ลักษณะคล้ายสายเคเบิคทีวี โดยภายในมีตัวนำไฟฟ้าเป็นแกนกลางและห่อหุ้มด้วยฉนวนเป็นชั้นๆตัวนำโลหะทำหน้าที่ส่งสัญญาณ ส่วนฉนวนทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
โครงสร้างของสายโคเอกซ์
คือ สายทองแดงเป็นแกนกลาง จะเป็นส่วนที่นำสัญญาณข้อมูล
คือ ฟรอยด์หุ้มสัญญาณรบกวน
คือ สายนำสัญญาณกราวด์ มีลักษณะเป็นใยโลหะถักเปียหุ้ม
คือ ฉนวน จะเป็นวัสดุที่ป้องกันสายสัญญาณ
สายโคแอกเชียลมีฉนวนห่อหุ้มหลายชั้น ทำให้ป้องกันสัญญาณรบกวนได้มากกว่าสายคู่บิดเกลียว ส่งข้อมูลได้ระยะทางไกล และมีช่วงความกว้างในการส่งข้อมูลมาก ทำให้ส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว มีราคาสูงกว่าสายคู่บิดเกลียว
ความถี่ในการส่งข้อมูล : 5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ถึง 6000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) แล้วแต่คุณภาพของสายสัญญาณ
อย่างไรก็ตามสายโคแอกเชียล ก็ยังคงมีใช้งานตามอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และอาคารทั่วๆไปที่มีขนาดสูง เนื่องจากประสิทธิภาพการส่งสัญญาณ และราคาที่ไม่สูงมาก ทั้งยังมีความคงทน
หากท่านสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทร : 02-9344790
Line : @royaltec
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
เป็นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็นที่นิยมมากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมัย แรก ๆ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีระบบเครือข่ายบางประเภทที่ยังใช้สายประเภทนี้อยู่ เราจึงอยากให้ทุกท่านมารู้จักสายชนิดนี้กันครับ
สายโคแอกเชียล เป็นสายสัญญาณไฟฟ้านำข้อมูลแบบอนาล็อก
ลักษณะคล้ายสายเคเบิคทีวี โดยภายในมีตัวนำไฟฟ้าเป็นแกนกลางและห่อหุ้มด้วยฉนวนเป็นชั้นๆตัวนำโลหะทำหน้าที่ส่งสัญญาณ ส่วนฉนวนทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
โครงสร้างของสายโคเอกซ์
คือ สายทองแดงเป็นแกนกลาง จะเป็นส่วนที่นำสัญญาณข้อมูล
คือ ฟรอยด์หุ้มสัญญาณรบกวน
คือ สายนำสัญญาณกราวด์ มีลักษณะเป็นใยโลหะถักเปียหุ้ม
คือ ฉนวน จะเป็นวัสดุที่ป้องกันสายสัญญาณ
สายโคแอกเชียลมีฉนวนห่อหุ้มหลายชั้น ทำให้ป้องกันสัญญาณรบกวนได้มากกว่าสายคู่บิดเกลียว ส่งข้อมูลได้ระยะทางไกล และมีช่วงความกว้างในการส่งข้อมูลมาก ทำให้ส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว มีราคาสูงกว่าสายคู่บิดเกลียว
ความถี่ในการส่งข้อมูล : 5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ถึง 6000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) แล้วแต่คุณภาพของสายสัญญาณ
อย่างไรก็ตามสายโคแอกเชียล ก็ยังคงมีใช้งานตามอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และอาคารทั่วๆไปที่มีขนาดสูง เนื่องจากประสิทธิภาพการส่งสัญญาณ และราคาที่ไม่สูงมาก ทั้งยังมีความคงทน
หากท่านสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทร : 02-9344790
Line : @royaltec
บทความที่เกี่ยวข้อง
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
เจาะลึกกลยุทธ์ Zero Downtime ด้วยโซลูชั่นระดับโลก Eaton, Allied Telesis, Panduit และ Kumwell พร้อม Case Study จริง ROI คืนทุนภายใน 1-2 ปี
ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นทุกวันนี้ คุณเคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังบริการออนไลน์ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน ทั้งโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่ง หรือแม้แต่ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มีอะไรเป็น 'หัวใจ' ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง? คำตอบคือ 'Data Center' หรือ 'ศูนย์ข้อมูล' นั่นเองครับ! จากตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาในยุคแรกเริ่ม สู่ Cloud Computing ที่ยืดหยุ่น และก้าวเข้าสู่ Hyperscale Data Center ที่ทรงพลังในวันนี้ Data Center ได้เปลี่ยนแปลงบทบาทตัวเองมาตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางการพัฒนาอันน่าทึ่งของ Data Center ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงการเป็น 'โรงงานผลิต AI' ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในโลกยุคใหม่ พร้อมเจาะลึกว่าทำไม Data Center ในวันนี้จึงสำคัญต่ออนาคตของ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเรามากขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!


