แชร์

POE Switch และ Power Injector ต่างกันอย่างไร ?

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
786 ผู้เข้าชม

POE Switch และ Power Injector ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างของ POE Switch และ Power Injector เลือกใช้งานอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการ และงานของคุณ มีข้อควรพิจารณาอย่างไร ?

POE หรือ Power over Ethernet เทคโนโลยี่ที่ช่วยจ่ายไฟร่วมกับสาย Lan (สาย UTP) ให้กับอุปกรณ์ Network ที่รองรับไฟ POE เช่น Access Point , IP-Camera , IP-Phone 


POE Switch เหมาะสำหรับ :
เมื่อต้องการใช้งานกล้องหลายตัว เราสามารถติดตั้งกล้อง เข้ากับ POE Switch ซึ่งมาพร้อมกับพอร์ตหลายพอร์ต ที่จะช่วยจ่ายไฟให้กับกล้อง CCTV หลายตัวพร้อมกันได้โดยไม่ต้องใช้สายไฟแยกต่างหาก เหมาะสำหรับการติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบหลายตัว

 

 

  •   จัดการเครือข่าย : POE Switch บางรุ่นมีฟังก์ชันการจัดการเครือข่ายเพิ่มเติม เช่น VLAN, QoS และ PoE scheduling ช่วยให้ควบคุมและจัดการกล้อง CCTV บนเครือข่ายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       ต้องการความยืดหยุ่น : POE Switch บางรุ่นรองรับทั้งมาตรฐาน PoE 802.3af และ 802.3at ช่วยให้สามารถใช้งานกับกล้อง CCTV ที่หลากหลาย


    Power Injector เหมาะสำหรับ :
    Power Injector เหมาะสำหรับการติดตั้งกล้อง CCTV เพียงตัวเดียว ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อ POE Switch ทั้งตัว
              ใช้งานง่าย : Power Injector ใช้งานง่าย เพียงแค่เสียบสายไฟและสาย LAN เข้ากับอุปกรณ์
              ความคล่องตัว : Power Injector มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่จำกัด


    ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม :

  • ระยะทาง : ตรวจสอบให้แน่ใจว่า POE Switch หรือ Power Injector ที่คุณเลือกสามารถจ่ายไฟให้กับกล้อง CCTV ของคุณได้ที่ระยะทางที่ต้องการ
  • มาตรฐาน PoE : ตรวจสอบให้แน่ใจว่า POE Switch หรือ Power Injector ที่คุณเลือกรองรับมาตรฐาน PoE เดียวกับกล้อง CCTV ของคุณ
  • ราคา : เปรียบเทียบราคาของ POE Switch และ Power Injector ก่อนตัดสินใจซื้อ

    ดังนั้น ควรพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ และเลือกใช้งาน POE Switch หรือ Power Injector ให้ตอบโจทย์งานและความต้องการของคุณ

     
        

บทความที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการของ Network Switch จาก "ฮับ" ยุค 80 สู่ "หัวใจ AI" ในปี 2026 เจาะลึกวิวัฒนาการ Network Switch ที่คุณอาจไม่เคยรู้!
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
Zero Downtime Strategy ป้องกันความเสียหายหลักล้าน ด้วยระบบที่ไม่หยุดนิ่ง
เจาะลึกกลยุทธ์ Zero Downtime ด้วยโซลูชั่นระดับโลก Eaton, Allied Telesis, Panduit และ Kumwell พร้อม Case Study จริง ROI คืนทุนภายใน 1-2 ปี
วิวัฒนาการ Data Center จากยุคเริ่มต้นสู่ Hyperscale Datacenter ในยุค AI
ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นทุกวันนี้ คุณเคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังบริการออนไลน์ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน ทั้งโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่ง หรือแม้แต่ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มีอะไรเป็น 'หัวใจ' ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง? คำตอบคือ 'Data Center' หรือ 'ศูนย์ข้อมูล' นั่นเองครับ! จากตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาในยุคแรกเริ่ม สู่ Cloud Computing ที่ยืดหยุ่น และก้าวเข้าสู่ Hyperscale Data Center ที่ทรงพลังในวันนี้ Data Center ได้เปลี่ยนแปลงบทบาทตัวเองมาตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางการพัฒนาอันน่าทึ่งของ Data Center ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงการเป็น 'โรงงานผลิต AI' ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในโลกยุคใหม่ พร้อมเจาะลึกว่าทำไม Data Center ในวันนี้จึงสำคัญต่ออนาคตของ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเรามากขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy