Cyber Security เรื่องที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญ
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
1109 ผู้เข้าชม

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเครือข่าย และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้เราสามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพราะความสะดวกและง่ายดายนี้เองก็ทำให้เหล่าผู้ไม่ประสงค์ดี สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆของเราได้ง่ายดายเช่นเดียวกัน และในวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่า ความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือ Cyber Security นั้นคืออะไร และทำไมจึงควรให้ความสำคัญ
Cyber Security หรือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ คือเทคโนโลยี, กระบวนการและวิธีปฏิบัติที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบเครือข่าย, อุปกรณ์ระบบเครื่อข่าย, โปรแกรมและข้อมูลต่างๆ จากการโจมตีหรือการเข้าถึงจากบุคคลที่ไม่พึงประสงค์โดยไม่ได้รับอนุญาต
Cyber Security หรือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ มีความสำคัญอย่างไร
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในปัจจุบันทุกๆองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานภาครัฐต่างก็ใช้ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ในระบเครือข่าย ในการทำธุรกิจหรือจัดเก็บข้อมูล หากระบบเครือข่ายที่ใช้งานไม่มีระบบการป้องกันหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไม่มีมาตราฐานด้าน Cyber Security เป็นช่องโหว่ให้บุคคลที่ไม่พึงประสงค์สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆได้ ส่งผลกระทบด้านลบกับองค์กร
มาตราฐานด้าน Cyber Security
คือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ต้องการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดประสงค์ คือ เพื่อป้องกันการเข้าถึง การแก้ไข การเปลี่ยนแปลง หรือการทำลายข้อมูลจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือบุคคลที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม
กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ i-PRO ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยด้าน Cyber Security โดยมีมาตราฐาน 3 รูปแบบ
Cyber Security หรือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ คือเทคโนโลยี, กระบวนการและวิธีปฏิบัติที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบเครือข่าย, อุปกรณ์ระบบเครื่อข่าย, โปรแกรมและข้อมูลต่างๆ จากการโจมตีหรือการเข้าถึงจากบุคคลที่ไม่พึงประสงค์โดยไม่ได้รับอนุญาต
Cyber Security หรือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ มีความสำคัญอย่างไร
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในปัจจุบันทุกๆองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานภาครัฐต่างก็ใช้ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ในระบเครือข่าย ในการทำธุรกิจหรือจัดเก็บข้อมูล หากระบบเครือข่ายที่ใช้งานไม่มีระบบการป้องกันหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไม่มีมาตราฐานด้าน Cyber Security เป็นช่องโหว่ให้บุคคลที่ไม่พึงประสงค์สามารถเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่างๆได้ ส่งผลกระทบด้านลบกับองค์กร
มาตราฐานด้าน Cyber Security
คือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ต้องการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดประสงค์ คือ เพื่อป้องกันการเข้าถึง การแก้ไข การเปลี่ยนแปลง หรือการทำลายข้อมูลจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือบุคคลที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสม
กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ i-PRO ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยด้าน Cyber Security โดยมีมาตราฐาน 3 รูปแบบ
- Pre-installed signed Certificates (GlobalSign®)
i-PRO เป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมกล้องโทรทัศวงจรปิดที่รับรองที่การติดตั้งซอฟแวร์ในการเข้ารหัสข้อมูลแบบ SSL จาก 3rd Party Software GlobalSign เพื่อป้องกันจากการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงข้อมูลแบบ End to End Solution - FIPS 140-2 level 3
กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ i-PRO ได้รับมาตราฐาน FIPS 140-2 level 3 (Federal Information Processing Standards) จากสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (NIST : National Institute of Standards and Technology) - NDAA compliant
กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ i-PRO เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตราฐาน NDAA หรือพระราชบัญญัติการป้องกันประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา (NDAA : National Defense Authorization Act ) สินค้าของ i-PRO ไม่ใช้ชิ้นส่วนหรือ Chipset ใดที่ถูกห้ามตามข้อกำหนด 889 ของ NDAA ในการผลิตสินค้า
ดูข้อมูลด้าน Cyber Security ของ i-PRO เพิ่มเติมได้ที่
#กล้องวงจรปิด #ipcamera #ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ #ความปลอดภัย #เทคโนโลยี #ไอโปร #ipro
______________________________________
สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลสินค้า ติดต่อได้ที่
โทร 02-9344790
Line : @royaltec
Facebook : Royaltec Thailand
www.royaltec.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึกกลยุทธ์ Zero Downtime ด้วยโซลูชั่นระดับโลก Eaton, Allied Telesis, Panduit และ Kumwell พร้อม Case Study จริง ROI คืนทุนภายใน 1-2 ปี
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หลายโรงงานและอาคารพาณิชย์เริ่มตั้งคำถามเหมือนกันหมดว่า ทำไมค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ใช้เครื่องจักรและแอร์เท่าเดิม? พอไล่ดูบิลจริงจัง จะเห็นชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน่วยที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ เวลา ที่เราใช้ไฟด้วย โดยเฉพาะหลังเริ่มมีโครงสร้างค่าไฟแบบ Time of Use (ToU) เข้ามาเกี่ยว ESS ที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ตู้แบตสำรองไฟ ตอนนี้เลยกลายเป็นเครื่องมือวางกลยุทธ์ด้านพลังงานไปแล้ว ใครยังคิดว่า ESS = UPS แค่กันไฟดับ มีโอกาสวางสเปกพลาด และเสียโอกาสประหยัดค่าไฟไปหลายแสนต่อปีได้ง่าย ๆ
ถ้ามองระบบไฟฟ้าไทยทุกวันนี้เหมือนระบบท่อในโรงงาน จะเห็นภาพชัดว่าปัญหาไม่ใช่แค่ มีน้ำพอไหม แต่คือ น้ำไหลพุ่งช่วงไหน ต่างหาก โครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบ ToU ก็คือการคิดค่าบริการตามช่วงเวลาที่โหลดขึ้นสูงสุด ถ้าไปดึงโหลดตอนท่อทุกคนเปิดเต็ม ๆ ก็ต้องจ่ายแพงเป็นธรรมดา
การปรับใช้ Wi-Fi ต้องจัดการกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายขึ้นอยู่กับองค์กร องค์กรอุตสาหกรรมจัดการกับแหล่งข้อมูลจำนวนมากที่สร้างปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่และสตรีมที่มีอัตราการใช้งานสูงมาก เครือข่ายเหล่านี้ต้องการมาตรฐาน Wi-Fi ล่าสุดที่ให้ความเร็วสูงขึ้นช่วงที่ยาวขึ้น


