แชร์

AI ช่วยสแกนหาต้นตอเซลมะเร็งได้แล้ว

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
954 ผู้เข้าชม

เป็นที่รู้กันว่า ปัจจุบันการตรวจหาต้นตอมะเร็งในระยะเริ่มต้นนั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก เราจะตรวจเจอมะเร็งได้ก็ต่อเมื่อมีการแพร่กระจายไปยังอะวัยวะต่างๆแล้ว แต่ตอนนี้วงการวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาเครื่องมือ AI ที่สามารถสแกนหาต้นกำเนิดของเซลมะเร็งที่อยู่ในระยะลุกลามได้

ซึ่งจะสามารถช่วยให้ แพทย์สามารถวินิจฉัยและปรับปรุงวิธีการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในระยะสุดท้ายให้มีประสิทธิภาพ และสามารถทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น

ในการป้องกันการลุกลามของมะเร็ง แพทย์จำเป็นต้องรู้ว่ามะเร็งแพร่มาจากที่ใหน ซึ่งเนื้องอกว่า 5% ไม่สามารถหาต้นกำเนิดได้ ซึ่งหากมีเทคโนโยี AI เข้ามาช่วยจะทำให้การหาต้นตอของมะเร็งได้นั้นแม่นยำขึ้น และทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัย และใช้วิธีในการรักษาที่เหมาะกับมะเร็งแต่ละชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งเครื่องมือนี้พัฒนาขึ้นมาโดยให้ AI เรียนรู้ภาพของเซลมะเร็งชนิดต่างๆในผู้ป่วยกว่า 30,000 ภาพ และสารคัดหลั่งในปอดจากผู้ป่วย 27,000 ตัวอย่าง จากการทดสอบด้วยตัวอย่าง 27,000 ตัวอย่างพบกว่ากว่า 83% สามารถวินิจฉัยถึงต้นตอของมะเร็งได้อย่างถูกต้อง

และจากการติดตามผู้ร่วมทดลองกว่า 4 ปี ผู้ที่ได้รับการรักษาจากการวินิจฉัยด้วย AI ตามชนิดของมะเร็งนั้นๆ มีแนวโน้ว่าจะรอดชีวิตมากขึ้นและนานขึ้น


ที่มา www.nature.com
__________________________
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
โทร 02-9344790
Line : @royaltec
Facebook : Royaltec Thailand
www.royaltec.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
สาย LAN แบบ 28 AWG Patch Cord ตอบโจทย์การพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างไร???
Data Center คืออะไร?? เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจึงเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับองค์กรที่จะรองรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ซื้อ UPS ทั้งที มีอะไรที่ควรรู้บ้าง ?
ใน การเลือกซื้อ UPS นั้น นอกจากจะต้องทราบขนาดกำลังไฟฟ้า (Watts), VA และ ระยะเวลาสำรองไฟแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้ออีกดังนี้
ถอดรหัส FTTx จากรากฐานสู่มาตรฐานปัจจุบันที่วิศวกรโครงข่ายต้องรู้
เคยไหมครับที่วางระบบเครือข่ายให้ลูกค้าวันนี้ แล้วอีกไม่กี่ปีก็ต้องกลับไปรื้อใหม่เพราะ Bandwidth ไม่พอรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป? ความต้องการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งจากวิดีโอความละเอียดสูง, Cloud Application ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาล ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ใช้สายทองแดงเริ่มไปต่อไม่ไหว นี่คือจุดที่เทคโนโลยีอย่าง FTTx หรือ Fiber to the X เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะรากฐานของเครือข่ายยุคใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว แต่ยังมาพร้อมความเสถียรและความยืดหยุ่นที่คนทำงานอย่างเราต้องการ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy