แชร์

ทำไมเราถึงควรเลือก UPS ที่จ่ายไฟเป็น Pure Sine Wave

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
2705 ผู้เข้าชม

เครื่องสำรองไฟหรือ UPS นั้นมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน และแบบ Pure Sine Wave นั้นจัดว่าเป็นประเภทที่จ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีคุณภาพดีที่สุด เหมาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ไวต่อความผิดเพี้ยนของไฟฟ้า


แล้วทำไม Pure sine wave ถึงมีคุณภาพดีที่สุด ?
ก่อนอื่นเรามารู้จักกับรูปแบบของกระแสไฟฟ้า (Waveform) และการทำงานของ UPS กันก่อน

โดยทั่วไปแล้วกระแสไฟฟ้าที่เราใช้กันตามบ้านนั้นจะเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) และมีรูปคลื่นที่เป็น Pure Sine Wave ซึ่งเป็นรูปแบบของกระแสไฟที่ อุปกรณจะได้รับจากการไฟฟ้าโดยตรง

แต่เมื่อเรานำอุปกรณ์ สำรองไฟหรือ UPS มาคั่นระหว่างกลาง เพื่อทำการสำรองไฟนั้น อาจทำให้เกิดรูปคลื่นแบบอื่นได้ เนื่องจากการทำงานของ UPS นั้น จะเป็นการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ AC ไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC เพื่อเก็บสำรองไว้ที่แบตเตอรี่ และจะใช้อินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ AC และสร้าง Waveform โดยใช้เทคนิคในการควบคุมความกว้างพัลส์ (Pulse Width Modulation) หรือ PWM เพื่อควบคุมรูปคลื่น AC ให้เป็นรูปคลื่น Sine Wave ซึ่งประเภทและคุณภาพนั้นจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของอินเวอร์เตอร์ การออกแบบวงจรภายใน UPS และ คุณภาพของแบตเตอรี่

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วรูปแบบของคลื่นไฟฟ้าที่ได้ออกมานั้นจะมีอยู่ 3 รูปแบบคือ Square Wave, Simulated Sine, Pure Sine Wave ซึ่งรูปคลื่นแต่ละชนิดมีความแตกต่าง และให้คุณภาพของไฟฟ้าที่แตกต่างกันมาก

  1. Square Wave (รูปคลื่นสีเหลี่ยม) เป็น Waveform ที่มีคุณภาพต่ำที่สุด โดยรูปคลื่นนี้จะก่อให้เกิดคลื่นความถี่ ฮาร์โมนิกสูง ส่งผลให้เกิดสัญญาณรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์อื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง รวมไปถึงการเกิดเสียงรบกวน สัญญาณผิดเพี้ยน หรือแม้แต่ความเสียหายต่ออุปกรณ์ เนื่องจากอุปกรณ์ภายใน UPS ชนิดนี้มีราคาที่ถูกอยางมาก และอุปกรณ์ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมาก

  2. Modified Sine Wave, Simulated Sine (รูปคลื่น Sine ดัดแปลง) เป็น Waveform ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยอุปกรณ์ให้มีความใกล้เคียงรูปคลื่นแบบ Pure Sine Wave แต่ไม่เรียบมากนัก มักจะเป็นแบบ stair-step หรือขั้นบันได ซึ่งจะเหมาะสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ไวต่อความผันผวนของกระแสไฟมากนัก และยังอยู่ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

  3. Pure Sine Wave (รูปคลื่นไซน์) เป็นคลื่นที่มีรูปแบบเป็น Sine Wave ที่เรียบเนียนและต่อเนื่อง มีความถี่และแอมพลิจูดคงที่และมีฮาร์โมนิกที่ต่ำมาก คลื่นนี้เกิดจากการหมุนเวียนของสนามแม่เหล็กในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีความสเถียรของระบบไฟฟ้าสูงทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานได้อีกด้วย เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมไปถึงอุปกรณ์ที่มีความละเอียดอ่อน เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบดาต้าเซ็นเตอร์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์

    ดังนั้น เราควรเลือกใช้ประเภทของ UPS และ Output Waveform ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่เราจะนำไปใช้ เพื่อให้อุปกรณ์ของเราสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดความเสียหายที่อาจเกิดกับอุปกรณ์ของเราได้

    จากที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ทางบริษัท รอยัลเทค มีผลิตภัณต์เครื่องสำรองไฟฟ้าแบรนด์ Delta จำหน่าย โดยเครื่องสำรองไฟของทาง Delta นั้น ทุกรุ่นจะเป็น Pure Sine Wave ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Model ที่เป็น Line Interactive หรือ True-Online Double Conversion

___________________________

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
โทร 02-9344790
Line : @royaltec
Facebook : Royaltec Thailand
www.royaltec.com


 
   


บทความที่เกี่ยวข้อง
วางระบบ FTTx อย่างไรให้สัญญาณแรงทั่วอาคาร
เน็ตภายในอาคารแรงที่ชั้นล่าง แต่ขึ้นไปชั้นบนแล้วสปีดเหลือครึ่งเดียว หรือลูกบ้านปลายสายบ่นว่าเน็ตหลุดเป็นช่วงๆ ทั้งที่ใช้แพ็กเกจเดียวกัน ปัญหาแบบนี้ไม่ได้เกิดจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ วางหมาก ระบบ FTTx ภายในอาคาร/หมู่บ้านด้วย โดยเฉพาะการเลือกและวางตำแหน่งตัวแบ่งสัญญาณ (Splitter) สำหรับเจ้าของบริษัทรับเหมา ผู้จัดการโครงการ และวิศวกรออกแบบ ระบบ FTTx ในอาคารสูงหรือหมู่บ้านจัดสรรเปรียบได้กับระบบประปา สายไฟเบอร์คือท่อน้ำหลัก ส่วน Splitter ก็คือข้อต่อแยกท่อ ถ้าเลือกขนาดไม่เหมาะ วางตำแหน่งผิด หรือเก็บงานหน้างานไม่ดี น้ำก็จะไปไม่ถึง ปลายสายก็มีแต่หยดน้ำแทนที่จะเป็นสายน้ำแรงๆ บทความนี้จะคุยกันแบบภาคสนาม ว่าควรดูอะไรบ้างเพื่อให้สัญญาณไฟเบอร์แรงทั่วอาคาร ไม่ดรอป และคุ้มค่าต่อการลงทุน
การใช้งาน Wi-Fi ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
การปรับใช้ Wi-Fi ต้องจัดการกับสภาพแวดล้อมที่หลากหลายขึ้นอยู่กับองค์กร องค์กรอุตสาหกรรมจัดการกับแหล่งข้อมูลจำนวนมากที่สร้างปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่และสตรีมที่มีอัตราการใช้งานสูงมาก เครือข่ายเหล่านี้ต้องการมาตรฐาน Wi-Fi ล่าสุดที่ให้ความเร็วสูงขึ้นช่วงที่ยาวขึ้น
การเดินทาง Wifi จากวิทยุคลื่นสั้น สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า สัญญาณไร้สายอย่าง Wi-Fi ที่ช่วยให้เราท่องโลกออนไลน์จากโซฟาที่บ้านได้อย่างสบาย ๆ นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? จากแนวคิดด้านการสื่อสารในยุคสงครามโลก สู่การเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกอาคารต้องมี บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย วิวัฒนาการของ Wi-Fi ตั้งแต่มาตรฐานยุคแรกที่มีความเร็วเพียง 1 Mbps ไปจนถึง Wi-Fi 7 ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเชื่อมต่อ พร้อมอธิบายว่าทำไมการเข้าใจประวัติของ Wi-Fi จึงมีผลโดยตรงต่อการเลือกอัปเกรดระบบเครือข่ายทั้งในบ้านและองค์กร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy