Arc Flash อันตรายร้ายแรงจากประกายไฟฟ้า
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
2612 ผู้เข้าชม

อีกปัญหาใหญ่ของการใช้งานระบบไฟฟ้าที่เรานั้นต่างกังวล ก็คือ การเกิดประกายไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากการลัดวงจรไฟฟ้าแรงดันสูงผ่านอากาศ ส่งผลให้เกิดประกายไฟและพลังงานความร้อนสูงมาก ทำให้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง เราเรียกสิ่งที่เกิดนี้ว่า Arc Flash (อาร์กแฟลช)
Arc Flash คือ อะไร?
ประกายไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านช่องว่างของอากาศกับตัวนำไฟฟ้า จนส่งผลให้เกิดประกายไฟฟ้าขึ้น ซึ่งในประกายไฟที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความร้อนในระดับที่ค่อนข้างรุนแรงและอันตราย อาจส่งผลต่อการลัดวงจรภายในระบบไฟฟ้า ซึ่งความร้อนที่ออกมาพร้อมกับแฟลชประกายแสงนั้นมีความร้อนสูงพอที่จะเผาไหม้ได้ทั้งเสื้อผ้า และผิวหนังของผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดอาร์กแฟลชขึ้น ซึ่งหากว่าไม่มีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ก็อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้เลย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในระยะไม่เกิน 3 เมตร
สาเหตุของ Arc Flash
การลัดวงจรไฟฟ้าที่อุปกรณ์ควบคุม เช่น รีเลย์ สวิตช์ เบรกเกอร์ เมื่อมีการลัดวงจรเกิดขึ้นอย่างกระทันหันจะปล่อยพลังงานอย่างมหาศาลออกมาในรูปของความร้อนและแสงไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ไม่มีฉนวนหุ้มของอุปกรณ์ไฟฟ้า การชำรุด/เสื่อมสภาพของฉนวนหุ้มสายไฟ เมื่อสายฉนวนเก่าเสื่อมสภาพ ทำให้ตัวนำโลหะโผล่พ้นออกมา เกิดการรั่วไหลกระแสไฟฟ้าและกระแสลัดวงจรอาจเกิดการระเบิดขึ้นมาได้
หากเกิดปัญหาจากอาร์กแฟลช แน่นอนว่าความร้อนที่สูงราว 20,000 องศาเซลเซียส นั้นจะสามารถทำลาย เผาบ้านเรือน และอาคารอย่างรวดเร็ว เราควรให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในการติดตั้งระบบวงจรไฟฟ้าต่างๆ การป้องกัน และการรับมือกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
อันตรายที่เกิดจาก Arc Flash
Arc Flash มีการวัดระดับความรุนแรงโดยใช้หน่วย Calories (แคลอรี) หรือเรียกสั้นๆว่า Cal โดยจะวัดจากปริมาณพลังงานความร้อน (Heat Energy) ที่ปลดปล่อยออกมาในระหว่างการเกิด Arc Flash จะเห็นค่า Cal/cm2 ซึ่งหมายถึงปริมาณพลังงานความร้อนต่อพื้นที่หนึ่งตารางเซนติเมตร การระบุ
ระดับความรุนแรงของ Arc Flash ด้วยค่า Cal/cm2 จะแบ่งได้ ดังนี้
สถานที่เสี่ยงที่อาจเกิด Arc Flash
ป้องกันอันตรายจาก Arc flash ได้อย่างไร ?
การป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิด Arc Flash ควรตรวจสอบระบบ วงจรไฟฟ้าต่างๆ ภายในองค์กรอยู่เป็นประจำ เพื่อตรวจหาจุดบกพร่อง และความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในองค์กร อาคาร หรือโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากการใช้งาน และสิ่งที่ควรมีมาตรการการป้องกัน เช่น
Arc Flash คือ อะไร?
ประกายไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านช่องว่างของอากาศกับตัวนำไฟฟ้า จนส่งผลให้เกิดประกายไฟฟ้าขึ้น ซึ่งในประกายไฟที่เกิดขึ้นนั้นจะมีความร้อนในระดับที่ค่อนข้างรุนแรงและอันตราย อาจส่งผลต่อการลัดวงจรภายในระบบไฟฟ้า ซึ่งความร้อนที่ออกมาพร้อมกับแฟลชประกายแสงนั้นมีความร้อนสูงพอที่จะเผาไหม้ได้ทั้งเสื้อผ้า และผิวหนังของผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดอาร์กแฟลชขึ้น ซึ่งหากว่าไม่มีการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ก็อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้เลย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในระยะไม่เกิน 3 เมตร
สาเหตุของ Arc Flash
การลัดวงจรไฟฟ้าที่อุปกรณ์ควบคุม เช่น รีเลย์ สวิตช์ เบรกเกอร์ เมื่อมีการลัดวงจรเกิดขึ้นอย่างกระทันหันจะปล่อยพลังงานอย่างมหาศาลออกมาในรูปของความร้อนและแสงไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ไม่มีฉนวนหุ้มของอุปกรณ์ไฟฟ้า การชำรุด/เสื่อมสภาพของฉนวนหุ้มสายไฟ เมื่อสายฉนวนเก่าเสื่อมสภาพ ทำให้ตัวนำโลหะโผล่พ้นออกมา เกิดการรั่วไหลกระแสไฟฟ้าและกระแสลัดวงจรอาจเกิดการระเบิดขึ้นมาได้
หากเกิดปัญหาจากอาร์กแฟลช แน่นอนว่าความร้อนที่สูงราว 20,000 องศาเซลเซียส นั้นจะสามารถทำลาย เผาบ้านเรือน และอาคารอย่างรวดเร็ว เราควรให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในการติดตั้งระบบวงจรไฟฟ้าต่างๆ การป้องกัน และการรับมือกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
อันตรายที่เกิดจาก Arc Flash
- Arc Flash ที่เกิดขึ้นมีอุณหภูมิที่สูงมากถึง 20,000 องศาเซลเซียส จึงสามารถเผาไหม้ผิวหนังและทำให้ได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้รุนแรง
- แรงระเบิดมหาศาลจากการขยายตัวของอากาศอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดการกระแทกจากเศษชิ้นส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ระเบิดแตกออกมา นำไปสู่การบาดเจ็บสาหัสได้
- ประกายของแสงไฟที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ดวงตาพร่าหรือตาบอดชั่วคราว กระทบต่อการมองเห็นอย่างร้ายแรง
- อันตรายจากการถูกไฟฟ้าดูด เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก กระจายออกไปทั่วบริเวณที่เกิด Arc Flash อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้
Arc Flash มีการวัดระดับความรุนแรงโดยใช้หน่วย Calories (แคลอรี) หรือเรียกสั้นๆว่า Cal โดยจะวัดจากปริมาณพลังงานความร้อน (Heat Energy) ที่ปลดปล่อยออกมาในระหว่างการเกิด Arc Flash จะเห็นค่า Cal/cm2 ซึ่งหมายถึงปริมาณพลังงานความร้อนต่อพื้นที่หนึ่งตารางเซนติเมตร การระบุ
ระดับความรุนแรงของ Arc Flash ด้วยค่า Cal/cm2 จะแบ่งได้ ดังนี้
- ระดับอันตรายต่ำ (Low Hazard Risk Category) - 0-1.2 Cal/cm2
- ระดับอันตรายปานกลาง (Moderate Hazard Risk Category) - 1.2-4 Cal/cm2
- ระดับอันตรายสูง (High Hazard Risk Category) - 4-8 Cal/cm2
- ระดับอันตรายสูงมาก (Dangerous Hazard Risk Category) - 8-25 Cal/cm2
- ระดับอันตรายร้ายแรงสูงสุด (Extreme Danger Hazard Risk Category) - 25-40 Cal/cm2
สถานที่เสี่ยงที่อาจเกิด Arc Flash
- บริเวณพื้นที่ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง เมื่อต้องทำการซ่อมบำรุงหรือตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ในสภาพที่ยังมีกระแสไฟฟ้าผ่าน มีโอกาสเกิด Arc Flash ได้
- Substation หรือสถานีไฟฟ้าย่อย เป็นสถานที่สำหรับกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังพื้นที่ต่างๆ มีอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าแรงดันสูงจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิด Arc Flash
- โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้ากำลังสูง หรือมีการใช้งานอุปกรณ์ขนาดใหญ่ แรงดันสูง มีความเสี่ยงจาก Arc Flash ตามจุดต่อต่างๆ ของระบบจ่ายไฟได้
- Main Electrical Room หรือ ห้องไฟฟ้าหลัก เป็นสถานที่ควบคุมและจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง เช่น เบรกเกอร์ รีเลย์ ตู้สวิทซ์บอร์ดหลัก มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด Arc Flash จากกระแสลัดวงจร
ป้องกันอันตรายจาก Arc flash ได้อย่างไร ?
การป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิด Arc Flash ควรตรวจสอบระบบ วงจรไฟฟ้าต่างๆ ภายในองค์กรอยู่เป็นประจำ เพื่อตรวจหาจุดบกพร่อง และความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในองค์กร อาคาร หรือโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากการใช้งาน และสิ่งที่ควรมีมาตรการการป้องกัน เช่น
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม
- ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานอย่างเคร่งครัด ไม่ละเลยขั้นตอนความปลอดภัย
- ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสื่อมสภาพที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ หากพบความเสียหายแม้เพียงจุดเล็กๆ ควรรีบดำเนินการซ่อมบำรุง
- ให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับอันตรายจากระเบิดไฟฟ้า รวมถึงวิธีการทำงานและการใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
อันตรายที่เกิดจากไฟฟ้าที่มาจาก Arc Flash คือความร้อนรุนแรง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากเกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลเสียหายเป็นวงกว้างอย่างแน่นอน ดังนั้นการป้องกันด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นก็จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการติดตั้งในองค์กรสำหรับกรณีของ Arc Flash จะต้องอยู่บนมาตรฐาน NFPA 70E เพื่อป้องกันการลัดวงจรของอุปกรณ์ไฟฟ้า สิ่งของหรือวัตถุสัมผัสโดนอุปกรณ์ จุดที่มีกระแสไฟฟ้าร้อนวิ่งผ่าน รวมถึงการชำรุดเสื่อมสภาพของฉนวนหุ้มสายไฟ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิด Arc Flash ได้ทั้งสิ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
เคยสงสัยไหมว่าทำไมตึกสูงระฟ้าถึงต้องมีไฟกระพริบสีแดงหรือขาวอยู่บนยอด? หรือทำไมสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถึงต้องติดไฟราวกับเป็นส่วนหนึ่งของระบบนำทางบนท้องฟ้า? นั่นคือ 'ไฟเตือนสิ่งกีดขวาง' หรือ Obstruction Light นั่นเองครับ! เราจะพาคุณย้อนรอยไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของแสงแห่งความปลอดภัยนี้ ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมเจาะลึกถึงวิวัฒนาการของกฎหมาย มาตรฐาน และเทคโนโลยีที่ทำให้การเดินทางทางอากาศปลอดภัยยิ่งขึ้น ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่สนใจความปลอดภัยทางอากาศ หรือกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับไฟเตือนสิ่งกีดขวางตามกฎหมายไทย บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอนครับ!
ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นทุกวันนี้ คุณเคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังบริการออนไลน์ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน ทั้งโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่ง หรือแม้แต่ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มีอะไรเป็น 'หัวใจ' ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง? คำตอบคือ 'Data Center' หรือ 'ศูนย์ข้อมูล' นั่นเองครับ! จากตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาในยุคแรกเริ่ม สู่ Cloud Computing ที่ยืดหยุ่น และก้าวเข้าสู่ Hyperscale Data Center ที่ทรงพลังในวันนี้ Data Center ได้เปลี่ยนแปลงบทบาทตัวเองมาตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางการพัฒนาอันน่าทึ่งของ Data Center ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงการเป็น 'โรงงานผลิต AI' ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในโลกยุคใหม่ พร้อมเจาะลึกว่าทำไม Data Center ในวันนี้จึงสำคัญต่ออนาคตของ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเรามากขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!
ความแตกต่างของ POE Switch และ Power Injector เลือกใช้งานอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการ และงานของคุณ มีข้อควรพิจารณาอย่างไร ?
POE หรือ Power over Ethernet เทคโนโลยี่ที่ช่วยจ่ายไฟร่วมกับสาย Lan (สาย UTP) ให้กับอุปกรณ์ Network ที่รองรับไฟ POE เช่น Access Point , IP-Camera , IP-Phone


