แชร์

อ่าน Ex Marking อย่างไรให้เลือกอุปกรณ์ได้ตรงกับพื้นที่อันตราย

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2026
38 ผู้เข้าชม

เมื่อเปิดข้อมูลอุปกรณ์สำหรับพื้นที่อันตราย เราอาจพบรหัสอย่าง Ex db IIC T4 Gb แต่ละส่วนตอบคนละคำถามว่าอุปกรณ์ใช้วิธีป้องกันแบบใด ใช้กับกลุ่มก๊าซใด มีขีดจำกัดอุณหภูมิพื้นผิวเท่าไร และมีระดับการป้องกันใด

ชุดรหัสนี้เรียกว่า Ex Marking การอ่านให้เข้าใจเริ่มจากแยกความหมาย แล้วนำแต่ละส่วนไปเทียบกับข้อมูลพื้นที่ติดตั้ง บทความนี้จะเริ่มด้วยรหัสสั้นสำหรับฝึกอ่าน ก่อนดูตัวอย่างจริงที่มีหลายวิธีป้องกันร่วมกัน และเปรียบเทียบบรรทัดก๊าซกับฝุ่น

สมมติว่าจุดติดตั้งโคมไฟอยู่ใน Zone 1 ข้อมูลพื้นที่ระบุกลุ่มก๊าซ IIC และต้องการชั้นอุณหภูมิ T4 เราจะใช้สถานการณ์นี้พาอ่านทีละส่วน โดยยังต้องตรวจช่วงอุณหภูมิแวดล้อม ใบรับรอง และเงื่อนไขของรุ่นก่อนเลือกใช้งานจริง

1. แยกส่วนของ Ex Marking ก่อนอ่านความหมาย

เริ่มจาก ตัวอย่างโครงสร้างสำหรับฝึกอ่าน Ex db IIC T4 Gb รหัสนี้จัดขึ้นเพื่ออธิบายแต่ละส่วน ไม่ใช่รหัสของโคม HPLN หรือภาพป้ายสินค้าจริง


แผนภาพอ่าน Ex Marking แยกวิธีป้องกัน กลุ่มก๊าซ อุณหภูมิพื้นผิว และ EPL

 

เมื่อเข้าใจโครงสร้างแล้ว ลองดูข้อมูลจริงของโคม HPLN LED จาก Eaton Crouse-Hinds ซึ่งผู้ผลิตแสดงรหัส IECEx แยกก๊าซและฝุ่นไว้สองบรรทัด

  • ก๊าซ Ex db eb mb op is IIC T4 Gb
  • ฝุ่น Ex tb op is IIIC T95°C Db

โครงสร้างยังอ่านในลำดับเดียวกัน แต่มีหลายวิธีป้องกันอยู่ร่วมกัน และบรรทัดฝุ่นระบุอุณหภูมิพื้นผิวเป็นตัวเลขโดยตรง จุดติดตั้งในสถานการณ์ของเราเป็นพื้นที่ก๊าซ จึงเริ่มจากบรรทัดแรก ดูข้อมูลสินค้าเบื้องต้นได้ที่ โคม HPLN สำหรับพื้นที่อันตราย

2. รหัสหลัง Ex บอกวิธีป้องกันแบบใด

ชุด db eb mb op is ในตัวอย่างก๊าซบอกวิธีป้องกันที่ใช้กับอุปกรณ์หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ส่วนบรรทัดฝุ่นใช้ tb op is การเข้าใจกลไกช่วยให้รู้ว่าต้องมองหาข้อกำหนดเรื่องใดในเอกสารของรุ่น


หรัสแสดงรูปแบบการป้องกันการระเบิด

 

เมื่อมีหลายรหัสในบรรทัดเดียว ต้องดูคู่มือและใบรับรองว่าส่วนใดใช้วิธีป้องกันใด การเรียงรหัสไม่ได้บอกตำแหน่งส่วนประกอบ และไม่ควรตีความว่าทุกรหัสใช้กับทุกส่วนของอุปกรณ์

2.1 db เกี่ยวข้องกับ Flamepath อย่างไร

db อยู่ในวิธีป้องกันกลุ่ม Ex d เปลือกหุ้มและรอยต่อทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันการลุกลามของการระเบิด รอยต่อที่เรียกว่า Flamepath ช่วยลดอุณหภูมิก๊าซร้อนที่ผ่านออกมา จึงต้องรักษาสภาพตามข้อกำหนดผู้ผลิต อ่านหลักการเพิ่มเติมได้ในบทความ กลไก Flamepath ในอุปกรณ์ Ex d

2.2 เมื่อพบรหัสต่างจากตัวอย่าง

อุปกรณ์ Ex มีวิธีป้องกันอื่นด้วย เช่น ia / ib / ic ในกลุ่ม Intrinsic safety ซึ่งจำกัดพลังงานทางไฟฟ้าและอุณหภูมิ, ec ในกลุ่ม Increased safety และ ta / tc ในกลุ่มป้องกันฝุ่นด้วยเปลือกหุ้ม แต่ละรหัสมีระดับการป้องกันและเงื่อนไขต่างกัน ให้เทียบจาก marking และเอกสารของอุปกรณ์ทั้งชุด

ตัวอักษร b ใน db, eb หรือ mb เป็นส่วนที่ระบุระดับของวิธีป้องกันนั้น ส่วน EPL ของอุปกรณ์ให้อ่านจากรหัสท้ายบรรทัด เช่น Gb หรือ Db โดยจะอธิบายในข้อ 5

3. IIC กับ IIIC บอกกลุ่มก๊าซและฝุ่นต่างกันอย่างไร

เริ่มจากเลขโรมันหน้า A, B หรือ C ซึ่งบอกกลุ่มอุปกรณ์ (Equipment Group) ตาม IEC 60079-0 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

  • Group I สำหรับเหมืองที่เสี่ยงต่อก๊าซไวไฟในเหมือง หรือ Firedamp
  • Group II สำหรับบรรยากาศก๊าซหรือไอระเหยที่อาจเกิดการระเบิด ในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากเหมืองกลุ่ม I แบ่งย่อยเป็น IIA, IIB และ IIC
  • Group III สำหรับบรรยากาศฝุ่นที่อาจเกิดการระเบิด ในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากเหมืองกลุ่ม I แบ่งย่อยเป็น IIIA, IIIB และ IIIC

เมื่อกลับมาอ่านตัวอย่าง IIC จึงหมายถึงอุปกรณ์ Group II กลุ่มย่อย C สำหรับก๊าซ เช่น ไฮโดรเจนและอะเซทิลีน ส่วน IIIC หมายถึงอุปกรณ์ Group III กลุ่มย่อย C สำหรับฝุ่นนำไฟฟ้า ตัวอักษร C เหมือนกัน แต่ใช้กับบรรยากาศคนละประเภท ดังตารางต่อไปนี้


การจัดกลุ่มอุปกรณ์สำหรับบรรยากาศแต่ละประเภท

 

ในสถานการณ์สมมติ ข้อมูลพื้นที่กำหนดกลุ่มก๊าซ IIC และโคมตัวอย่างแสดง IIC จึงตรงกันในส่วนนี้ ขั้นต่อไปคือดูอุณหภูมิและ EPL การเลือกจริงให้ใช้กลุ่มสารที่จำแนกไว้ใน แบบจำแนกพื้นที่อันตราย (Area Classification) ไม่กำหนดกลุ่มจากภาพโรงงานหรือการเห็นว่ามีฝุ่นเพียงอย่างเดียว

หากจุดติดตั้งเสี่ยงจากฝุ่น ต้องตรวจ marking สำหรับฝุ่นด้วย อุปกรณ์ที่แสดงเฉพาะบรรทัดก๊าซยังไม่มีข้อมูลเพียงพอให้ยืนยันการใช้ในบรรยากาศฝุ่น

4. T4 และ T95°C บอกอุณหภูมิอะไร

เมื่อกลุ่มก๊าซตรงกันแล้ว ให้ดู T4 ซึ่งบอกชั้นอุณหภูมิพื้นผิวของอุปกรณ์ ภายใต้เงื่อนไขที่รับรอง T4 กำหนดอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุด 135°C ค่านี้เป็นขีดจำกัด ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์มีอุณหภูมิ 135°C ตลอดเวลา

4.1 อ่านชั้นอุณหภูมิ T1 ถึง T6

ชั้นอุณหภูมิสำหรับก๊าซตามระบบ IEC มีค่าดังนี้


ตารางเทียบค่า T บอกอุณหภูมิสำหรับก๊าซ

 

เลข T สูงขึ้น เพดานอุณหภูมิพื้นผิวยิ่งต่ำลง ให้นำไปเทียบกับข้อกำหนดด้านอุณหภูมิของก๊าซหรือไอระเหยในพื้นที่

ตัวอย่างเช่น พื้นที่กำหนดให้ใช้อุปกรณ์ T4 อุปกรณ์ T3 ซึ่งมีเพดาน 200°C จะไม่ตรงกับข้อกำหนดด้านอุณหภูมินี้ ส่วน T5 หรือ T6 มีเพดานต่ำกว่า จึงอาจเข้าเกณฑ์ด้านอุณหภูมิได้ โดยยังต้องตรวจกลุ่มสาร EPL และเงื่อนไขของรุ่นร่วมกัน

4.2 T95°C ในบรรทัดฝุ่นอ่านต่างออกไป

รหัสอุณหภูมิในบรรทัดฝุ่นอ่านเป็น T + ค่าอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุด + °C เช่น T85°C หมายถึงอุณหภูมิพื้นผิวสูงสุด 85°C ส่วน T95°C ในตัวอย่าง HPLN หมายถึง 95°C โดยค่าทั้งหมดอยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับรองของแต่ละรุ่น ตัวอย่าง T85°C ใช้อธิบายรูปแบบการอ่าน ไม่ใช่สเปกของ HPLN

ตัวเลขหลัง T ในรูปแบบนี้เป็นค่าอุณหภูมิโดยตรง ต่างจาก T4 ในบรรทัดก๊าซซึ่งเป็นชื่อชั้นอุณหภูมิและมีเพดาน 135°C จึงต้องดูทั้งรูปแบบรหัสและบรรทัดก๊าซหรือฝุ่นที่กำลังอ่าน

การเลือกสำหรับฝุ่นต้องใช้ข้อมูลการติดไฟของทั้ง เมฆฝุ่นและชั้นฝุ่น รวมถึงความหนาและสภาพการสะสม ตามเกณฑ์ที่ใช้กับงานนั้น จึงไม่ควรนำตัวเลข T95°C ไปสรุปว่าใช้ได้กับฝุ่นทุกชนิด

4.3 แยกอุณหภูมิพื้นผิวออกจาก Ta

Ta คือช่วงอุณหภูมิแวดล้อมที่อุปกรณ์ใช้งานได้ตามเงื่อนไขผู้ผลิต ต้องตรวจจากป้ายหรือเอกสารของรุ่นแยกจากชั้นอุณหภูมิ

ตัวอย่างสมมติ หากรุ่นหนึ่งระบุ Ta ตั้งแต่ 20°C ถึง +50°C แต่จุดติดตั้งมีอุณหภูมิแวดล้อม +55°C จุดนั้นจะอยู่นอกช่วง Ta ที่ระบุ แม้ชั้นอุณหภูมิ T4 จะตรงกับข้อกำหนดพื้นที่ก็ตาม ค่าช่วง Ta นี้ใช้ฝึกเทียบเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลของ HPLN

T4 และ T95°C บอกขีดจำกัดอุณหภูมิพื้นผิว ส่วน Ta บอกช่วงอุณหภูมิแวดล้อมที่ใช้งานได้ ต้องตรวจทั้งสองด้านให้ตรงกับจุดติดตั้ง

5. อ่าน EPL แล้วเทียบกับ Zone ของพื้นที่

ท้ายบรรทัดก๊าซของโคมตัวอย่างคือ Gb เรียกว่า Equipment Protection Level หรือ EPL โดย G ใช้กับก๊าซ D ใช้กับฝุ่น และตัวอักษรถัดไปบอกระดับการป้องกัน

Ga / Da คือระดับสูงมาก Gb / Db คือระดับสูง และ Gc / Dc คือระดับการป้องกันที่เพิ่มขึ้น ตารางนี้แสดงความสัมพันธ์ทั่วไปในการเลือก EPL ตาม Zone


ตารางความสัมพันธ์ Zone กับ EPL สำหรับก๊าซและฝุ่น

 

Gb ของโคมตัวอย่างเป็นระดับที่ใช้พิจารณาสำหรับ Zone 1 และ Zone 2 ส่วน Db สำหรับ Zone 21 และ Zone 22 ต้องให้กลุ่มสาร อุณหภูมิ วิธีป้องกัน และเงื่อนไขของรุ่นตรงกับงานด้วย หากผลประเมินความเสี่ยงกำหนด EPL ไว้เฉพาะ ให้ยึดข้อกำหนดนั้น

ระวังตัวพิมพ์เล็กและใหญ่ db เป็นวิธีป้องกันแบบ Flameproof ส่วน Db เป็น EPL สำหรับฝุ่น ทั้งสองรหัสมีหน้าที่ต่างกัน

หากยังไม่คุ้นกับการแบ่ง Zone อ่านพื้นฐานได้ในบทความ Hazardous Area และการแบ่งพื้นที่อันตราย

6. ลองเทียบรหัสกับพื้นที่ก๊าซและฝุ่น

กลับมาที่สถานการณ์เลือกโคมใน Zone 1 กลุ่มก๊าซ IIC และต้องการ T4 เมื่ออ่านบรรทัดก๊าซของ HPLN จะพบ IIC, T4 และ Gb ตรงกับเงื่อนไขเบื้องต้น แต่หากเปลี่ยนข้อมูลพื้นที่ ผลการเทียบอาจเปลี่ยนไป

สถานการณ์สมมติ สิ่งที่พบเมื่อเทียบ ผลในเงื่อนไขนั้น
พื้นที่ก๊าซ Zone 1, IIC, ต้องการ T4 เทียบกับบรรทัดก๊าซ HPLN IIC, T4 และ Gb ตรงกับเงื่อนไขเบื้องต้น ตรวจช่วง Ta รุ่นย่อย ใบรับรอง และข้อกำหนดติดตั้งต่อก่อนเลือก
เปลี่ยนพื้นที่ก๊าซเป็น Zone 0 โดยยังเทียบกับอุปกรณ์ EPL Gb EPL ไม่ตรงกับระดับ Ga ที่ใช้พิจารณาสำหรับ Zone 0 กลุ่มก๊าซและ T4 ที่ตรงกันยังไม่พอให้เลือกอุปกรณ์นี้
พื้นที่ต้องการ T4 แต่ลองเทียบกับอุปกรณ์สมมติ T3 เพดานอุณหภูมิพื้นผิว 200°C สูงกว่าขีดจำกัด 135°C ของ T4 ไม่ตรงข้อกำหนดด้านอุณหภูมิ แม้กลุ่มก๊าซและ EPL อาจตรง
เปลี่ยนเป็นพื้นที่ฝุ่น Zone 21, IIIC เทียบกับบรรทัดฝุ่น HPLN IIIC และ Db ตรงเบื้องต้น แต่ต้องตรวจ T95°C กับข้อมูลฝุ่น หากยังไม่มีข้อมูลเมฆฝุ่นและชั้นฝุ่น จะยังประเมินด้านอุณหภูมิไม่ครบ

เมื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่ฝุ่น ต้องกลับไปอ่าน Ex tb op is IIIC T95°C Db ทั้งบรรทัด และใช้ข้อมูลฝุ่นของจุดติดตั้งมาเทียบ ส่วนช่วง Ta และเงื่อนไขเฉพาะของรุ่นยังต้องตรวจเช่นเดียวกับกรณีก๊าซ

7. ข้อมูลที่ต้องดูเพิ่มเติมจาก Ex Marking

ก่อนเลือกใช้งานจริง ให้รวบรวมข้อมูลพื้นที่และข้อมูลรุ่นเพื่อให้ตรวจได้ครบในครั้งเดียว

  • ข้อมูลพื้นที่ ได้แก่ Area Classification ชนิดสาร กลุ่มก๊าซหรือฝุ่น ข้อกำหนดด้านอุณหภูมิ EPL และอุณหภูมิแวดล้อม ณ จุดติดตั้ง สำหรับฝุ่นต้องมีข้อมูลการติดไฟและสภาพการสะสมด้วย
  • ใบรับรองของรุ่นย่อย ตรวจว่าครอบคลุมรหัสรุ่นที่เลือกและตรวจสถานะจากแหล่งทางการ หากเลขใบรับรองลงท้าย X ให้อ่าน Specific Conditions of Use หรือเงื่อนไขเฉพาะในการใช้งาน
  • คู่มือและข้อมูลการติดตั้ง ตรวจพิกัดไฟฟ้า ช่วง Ta ตำแหน่งติดตั้ง ทางเข้าสายและ Cable Gland รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะของวิธีป้องกันที่อุปกรณ์ใช้
  • สภาพหน้างาน ตรวจวัสดุ ระดับป้องกันฝุ่นและน้ำ และการทนสารกัดกร่อนตามงาน

เมื่อต้องการให้ Royaltec ช่วยเทียบอุปกรณ์จาก Eaton Crouse-Hinds ให้เตรียมข้อมูลข้างต้น พร้อมรหัสรุ่นหรือรูปป้ายที่มีอยู่ ส่งผ่าน หน้าติดต่อ Royaltec เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจรายละเอียดการเลือกสินค้าให้ตรงกับงาน


บทความที่เกี่ยวข้อง
Perovskite เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ชนิดใหม่ พลังแสงอาทิตย์แห่งอนาคต
เพอรอฟสไกต์ (Perovskite) วัสดุและนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาอย่างมากในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เพราะมันไม่ได้มาแค่เพื่อแข่งขัน แต่จะเข้ามา เปลี่ยนภาพจำ ของโซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิมไปตลอดกาล !
กว่าจะมาเป็น Fiber Optic จากสายทองแดงสู่เทคโนโลยีเชื่อมต่อโลก
เคยสงสัยไหมครับว่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เราใช้ดูหนัง 4K แบบไม่มีสะดุด, การประชุมออนไลน์ที่ภาพและเสียงคมชัด หรือโลกของ Data Center ที่ประมวลผลข้อมูลมหาศาล ทำงานได้อย่างไร? เบื้องหลังเทคโนโลยีเหล่านี้คือ สายส่งสัญญาณ ที่มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยการเดินทาง จากยุคของสายทองแดงที่เคยเป็นพระเอก สู่การปฏิวัติด้วย แสง ผ่านเทคโนโลยี Fiber Optic ที่กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงโลกดิจิทัลในปัจจุบัน
Industrial Router PoE 5G - NET MODULE
ปรับใช้งานได้รวดเร็ว ติดตั้งง่าย เกรดอุตสาหกรรม จัดการง่าย ปลอดภัยขั้นสูง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy