สายไฟเบอร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท???
Last updated: 5 Aug 2025
839 Views

สายไฟเบอร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท???
สายใยแก้วนำแสง แบ่งได้เป็นกี่ประเภท???
สายใยแก้วนำแสง หรือ สายไฟเบอร์ออปติค (Fiber Optic) เป็นสายที่นำสัญญาณแสงด้วยแท่งแก้วขนาดเล็กที่อยู่ภายในห่อหุ้มด้วยjacket มีความเร็วในการส่งข้อมูลมากกว่าสายแบบทองแดง และ แทบจะไม่มีการรบกวนของสัญญาณ
วันนี้เราจะมีแนะนำประเภทหลักของสายไฟเบอร์ เพื่อให้คุณสามารถนำไปเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- Single-Mode(ตัวย่อSM) ถูกออกแบบมาเพื่อนำแสงเดินทางเป็นทางตรงในระยะทางที่ไกล (ส่งสัญญาณแบบ Lasor) ความเร็วสัญญาณที่รองรับ 10Mbps, 100Mbps ไปจนถึง 1Gbps (ตัวส่งบางชนิดสามารถส่งได้ถึง 10gb) ระยะทางเดินสามารถเดินได้ถึง 10km (ตามมารตราฐาน) หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับตัวส่งสัญญาณ Single-mode ได้แบ่งย่อยได้ 2 ประเภท คือ ชนิด OS1 และ OS2 ซึ่งปัจจุบันจะนิยมเป็น OS2
- Multi-Mode (ตัวย่อMM) ใช้สำหรับการสื่อสารในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณแสงแบบ LED เช่น ภายในตึก, อาคาร ในส่วนของความเร็วและระยะทางนั้นมีข้อจำกัด สำหรับระยะทางสูงสุดอยู่ที่ 550 เมตร Multi mode จะมีให้เลือกตั้งแต่ OM1-OM5 แต่ในปัจจุบันจะได้รับความนิยมอยู่ 2 ประเภทหลักๆคือ 50/125 µm (OM3) และ 50/125 µm (OM4)
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
https://youtu.be/8nTfhFHGKKw
www.royaltec.com
Related Content
ในยุคปัจจุบัน ระบบเครือข่ายไร้สาย หรือ Wi-Fi กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ส่งข้อมูล หรือเพื่อความบันเทิง ผู้ใช้ต่างต้องการการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเสถียรมากขึ้น ปัจจุบัน มาตรฐาน Wi-Fi ที่นิยมใช้งานกันคือ Wi-Fi 6 หรือ 802.11ax แต่เทคโนโลยี Wi-Fi ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว ผู้ผลิตสินค้าหลายเจ้าเริ่มเปิดตัวสินค้าที่รองรับมาตรฐานใหม่ Wi-Fi 7 หรือ IEEE 802.11be Extremely High Throughput (EHT) บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ Wi-Fi 7 มาตรฐานเครือข่ายไร้สายล่าสุดนี้
ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวประกอบด้วยสายเคเบิล OSDP และสายเคเบิลFRC รวมถึงHirschmann IT railway radiosและmanaged switches, ขั้วต่อ Lumberg Automation และ ProSoft routers
ระบบสายไฟฟ้าแบบดั้งเดิมกำลังถูกแทนที่ด้วย Busduct System ในโรงงาน Data Center และอาคารสูงทั่วโลก เนื่องจากรองรับกระแสไฟได้สูงถึง 2000A - 5000A ปลอดภัยตามมาตรฐาน IEC และ UL อีกทั้งยังติดตั้งได้เร็วกว่า 30 - 50% และคุ้มค่ากว่าในระยะยาว


