New Taipei เปิดตัวระบบค้นหาที่จอดรถริมถนนอัจฉริยะ
Last updated: 5 Aug 2025
661 Views

หมดปัญหาวนจนรถติด แต่ก็ยังหาที่จอดไม่ได้ วันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา นครนิวไทเปเปิดตัวระบบค้นหาที่จอดรถริมถนนอัจฉริยะ บนถนนสายหลักที่พลุกพล่านที่สุดของเมือง ครอบคลุม 4 เขต ที่มีประชากรหนาแน่น เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ค้นหาที่จอดรถริมถนนได้ง่ายขึ้น
บริการนี้ใช้เซ็นเซอร์ Geomegnetic จำนวน 3,471 ตัว ที่ติดตั้งบนถนน 122 สาย ในเขต ป้านเฉียว หย่งเหอ จองเหอ และ ซินเตียน โดยเซนเซอร์ จะเชื่อมไปยังระบบออนไลน์ที่จะแสดงว่ามีที่จอดรถตรงใหนยังว่างอยู่บ้าง ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาที่จอดรถเหล่านั้นได้ผ่านแอปพลิเคชั่น " Parking There " ระบบจะแสดงจำนวนที่จอดรถที่ว่างบนถนนแต่ละสาย รวมทั้งระยะทางจากตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ไปยังจุดจอด และยังสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อมีที่จอดรถว่างได้อีกด้วย
บริการจอดรถอัจฉริยะนี้เป็นส่วนนึ่งในโครงการ Smart City ของ New Taipie ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศได้ นอกจากนี้ในเมืองอื่นๆของไต้หวันก็กำลังพัฒนาระบบจอดรถอัจฉริยะที่คล้ายคลึงกันนี้อยู่เช่นกัน
ที่มา Taiwan News
บริการนี้ใช้เซ็นเซอร์ Geomegnetic จำนวน 3,471 ตัว ที่ติดตั้งบนถนน 122 สาย ในเขต ป้านเฉียว หย่งเหอ จองเหอ และ ซินเตียน โดยเซนเซอร์ จะเชื่อมไปยังระบบออนไลน์ที่จะแสดงว่ามีที่จอดรถตรงใหนยังว่างอยู่บ้าง ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาที่จอดรถเหล่านั้นได้ผ่านแอปพลิเคชั่น " Parking There " ระบบจะแสดงจำนวนที่จอดรถที่ว่างบนถนนแต่ละสาย รวมทั้งระยะทางจากตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ไปยังจุดจอด และยังสามารถตั้งค่าแจ้งเตือนเมื่อมีที่จอดรถว่างได้อีกด้วย
บริการจอดรถอัจฉริยะนี้เป็นส่วนนึ่งในโครงการ Smart City ของ New Taipie ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศได้ นอกจากนี้ในเมืองอื่นๆของไต้หวันก็กำลังพัฒนาระบบจอดรถอัจฉริยะที่คล้ายคลึงกันนี้อยู่เช่นกัน
ที่มา Taiwan News
Related Content
ในงานอุตสาหกรรมหรือ Data Center "ไฟดับเพียงเสี้ยววินาที" อาจหมายถึงความเสียหายหลักล้าน! ทั้งข้อมูลสูญหาย เครื่องจักรหยุดทำงาน หรือระบบรักษาความปลอดภัยล้มเหลว การเชื่อมโยงโซลูชั่นเพื่อสร้างระบบ Resilience (ความยืดหยุ่นและการฟื้นตัว) ให้ธุรกิจของคุณทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นทุกวันนี้ คุณเคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังบริการออนไลน์ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน ทั้งโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่ง หรือแม้แต่ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มีอะไรเป็น 'หัวใจ' ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง? คำตอบคือ 'Data Center' หรือ 'ศูนย์ข้อมูล' นั่นเองครับ! จากตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาในยุคแรกเริ่ม สู่ Cloud Computing ที่ยืดหยุ่น และก้าวเข้าสู่ Hyperscale Data Center ที่ทรงพลังในวันนี้ Data Center ได้เปลี่ยนแปลงบทบาทตัวเองมาตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางการพัฒนาอันน่าทึ่งของ Data Center ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงการเป็น 'โรงงานผลิต AI' ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในโลกยุคใหม่ พร้อมเจาะลึกว่าทำไม Data Center ในวันนี้จึงสำคัญต่ออนาคตของ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเรามากขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!
เคยสงสัยไหมว่าโลกดิจิทัลที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้จะทำงานได้อย่างไร หากไม่มีเส้นใยเล็กๆ ที่มองไม่เห็นเหล่านี้คอยเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน? ใช่แล้วครับ เรากำลังพูดถึง “สาย LAN” หรือสายเคเบิลเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังความเร็ว เสถียรภาพ และความปลอดภัยของการเชื่อมต่อในแทบทุกแง่มุมของชีวิตดิจิทัลของเรา ตั้งแต่การทำงานในสำนักงาน การเล่นเกมออนไลน์ ไปจนถึงระบบอัจฉริยะในบ้านและเมือง หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของสาย LAN และการเดินทางอันน่าทึ่งของเทคโนโลยีนี้ คุณมาถูกที่แล้วครับ บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยดูว่า วิวัฒนาการของสาย LAN เกิดขึ้นได้อย่างไร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย ไปจนถึงมาตรฐานความเร็วสูงในยุคปัจจุบันและอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ IoT เราจะเจาะลึกถึงมาตรฐาน Cat ต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเสริมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงบทบาทของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Panduit และ Royaltec ที่มีส่วนในการพัฒนาสาย LAN มาดูกันว่าสาย LAN ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้มีเบื้องหลังที่น่าสนใจแค่ไหน และจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมต่อโลกของเราไปอีกนานเพียงใด


