Green Infrastructure พลิกโฉมอาคารและโรงงานสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะประหยัดพลังงาน
Last updated: 10 Feb 2026
17 Views

Green Infrastructure พลิกโฉมอาคารและโรงงานสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะประหยัดพลังงาน
ในปัจจุบัน Sustainability หรือความยั่งยืน ไม่ใช่แค่เทรนด์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม อาคารอัจฉริยะ และ Data Center การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ประหยัดพลังงานตั้งแต่วันแรก จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
บทความนี้จะเจาะลึก 3 วิธีการสำคัญในการใช้โซลูชั่นระดับโลกจาก Furutec, Eaton, Panduit, Allied Telesis, i-Pro, Point Lighting, Steel City และ Kumwell เพื่อเปลี่ยนอาคารของคุณให้เป็น Green Infrastructure ที่แท้จริง
1. การเพิ่มประสิทธิภาพการส่งจ่ายพลังงาน (Power Distribution Efficiency)
หัวใจของการประหยัดพลังงานในอาคารขนาดใหญ่คือ "การลดความสูญเสียในระบบ"
เปลี่ยนจากสายเคเบิลเป็น Furutec Busduct: การเดินสายไฟแบบเดิมมักเกิดแรงดันตก (Voltage Drop) และความร้อนสะสมสูง Furutec Busduct ถูกออกแบบมาให้มีค่าความต้านทานต่ำกว่า ช่วยให้การส่งจ่ายไฟฟ้าเสถียรขึ้นและลดการสูญเสียพลังงาน (Power Loss) ได้มากกว่าสายเคเบิลถึง 20-30%
การจัดการพลังงานด้วย Eaton การใช้เครื่องสำรองไฟ (UPS) ที่มีประสิทธิภาพสูงแบบ Energy Saver System (ESS) จาก Eaton ช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้โดยมีค่าประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงถึง 99% แม้ในช่วงที่โหลดต่ำ ช่วยลดค่าไฟรายเดือนได้อย่างเห็นผล
2. ระบบบริหารจัดการสายสัญญาณและการระบายอากาศ (Thermal & Cabling Management)
ในดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับระบบทำความเย็น หากการไหลเวียนอากาศ (Airflow) ติดขัด ระบบปรับอากาศจะทำงานหนักขึ้น
Panduit และทฤษฎีทางลม การใช้ระบบบริหารจัดการสายสัญญาณจาก Panduit ช่วยจัดระเบียบสายเคเบิลในตู้ Rack ไม่ให้ขวางทางลมเย็น (Cold Aisle) ทำให้ความเย็นเข้าถึง Server ได้โดยตรง ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ (CRAC)
Protection by Steel City การใช้ท่อร้อยสายจาก Steel City (RSI TAP TGG) ช่วยป้องกันความร้อนภายนอกและรักษาอุณหภูมิของสายสัญญาณให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลดการเกิดสัญญาณรบกวนและความร้อนแฝงในระบบ
3. ระบบส่องสว่างและการเฝ้าระวังอัจฉริยะ (Smart Lighting & AI Surveillance)
การใช้พลังงานตามความจำเป็น (On-demand) คือพื้นฐานของ Smart Building
Point Lighting & Sensor Integration การเลือกใช้โคมไฟ LED ประสิทธิภาพสูงจาก Point Lighting ร่วมกับเซนเซอร์อัจฉริยะ ช่วยให้สามารถหรี่ไฟหรือปิดไฟในพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งานได้โดยอัตโนมัติ
AI Analytics จาก i-Pro / Advidia กล้องวงจรปิดยุคใหม่ไม่ได้มีไว้แค่รักษาความปลอดภัย แต่ AI ของ i-Pro สามารถนับจำนวนคน (People Counting) หรือตรวจจับการเข้าใช้งานพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปสั่งการระบบปรับอากาศและแสงสว่างผ่าน Network Switch ของ Allied Telesis ที่รองรับฟีเจอร์ประหยัดพลังงาน (IEEE 802.3az Energy Efficient Ethernet)
ประโยชน์ที่ได้รับจากการลงทุนใน Green Infrastructure
- ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า (OPEX Reduction): การผสานโซลูชั่นเหล่านี้สามารถช่วยลดการใช้พลังงานรวมได้สูงสุดถึง 40%
- ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์: เมื่อความร้อนสะสมลดลง อุปกรณ์อย่าง UPS และ Server จะมีอายุการใช้งานนานขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง
- ตอบโจทย์มาตรฐาน ESG: ช่วยให้บริษัทผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐานอาคารเขียว เช่น LEED หรือ TREES
- ความเสถียรที่มาพร้อมความยั่งยืน: ระบบกราวด์จาก Kumwell ช่วยให้ทุกอุปกรณ์ทำงานได้อย่างราบรื่น ป้องกันการเกิดกระแสไฟรั่วที่อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ
การสร้างความยั่งยืนในระดับโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่เรื่องยาก หากมีการเลือกใช้โซลูชั่นที่สอดประสานกัน ตั้งแต่การจ่ายไฟ (Furutec & Eaton) การป้องกัน (Kumwell & Steel City) การจัดการข้อมูล (Panduit & Allied Telesis) ไปจนถึงการเฝ้าระวัง (i-Pro & Point Lighting) ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ที่คุ้มค่าทั้งในแง่การเงินและสิ่งแวดล้อม
Related Content
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า สัญญาณไร้สายอย่าง Wi-Fi ที่ช่วยให้เราท่องโลกออนไลน์จากโซฟาที่บ้านได้อย่างสบาย ๆ นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? จากแนวคิดด้านการสื่อสารในยุคสงครามโลก สู่การเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกอาคารต้องมี บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย วิวัฒนาการของ Wi-Fi ตั้งแต่มาตรฐานยุคแรกที่มีความเร็วเพียง 1 Mbps ไปจนถึง Wi-Fi 7 ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเชื่อมต่อ พร้อมอธิบายว่าทำไมการเข้าใจประวัติของ Wi-Fi จึงมีผลโดยตรงต่อการเลือกอัปเกรดระบบเครือข่ายทั้งในบ้านและองค์กร
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
ในงานอุตสาหกรรมหรือ Data Center "ไฟดับเพียงเสี้ยววินาที" อาจหมายถึงความเสียหายหลักล้าน! ทั้งข้อมูลสูญหาย เครื่องจักรหยุดทำงาน หรือระบบรักษาความปลอดภัยล้มเหลว การเชื่อมโยงโซลูชั่นเพื่อสร้างระบบ Resilience (ความยืดหยุ่นและการฟื้นตัว) ให้ธุรกิจของคุณทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด


