สายไฟเบอร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท???
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
1119 ผู้เข้าชม

สายไฟเบอร์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท???
สายใยแก้วนำแสง แบ่งได้เป็นกี่ประเภท???
สายใยแก้วนำแสง หรือ สายไฟเบอร์ออปติค (Fiber Optic) เป็นสายที่นำสัญญาณแสงด้วยแท่งแก้วขนาดเล็กที่อยู่ภายในห่อหุ้มด้วยjacket มีความเร็วในการส่งข้อมูลมากกว่าสายแบบทองแดง และ แทบจะไม่มีการรบกวนของสัญญาณ
วันนี้เราจะมีแนะนำประเภทหลักของสายไฟเบอร์ เพื่อให้คุณสามารถนำไปเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- Single-Mode(ตัวย่อSM) ถูกออกแบบมาเพื่อนำแสงเดินทางเป็นทางตรงในระยะทางที่ไกล (ส่งสัญญาณแบบ Lasor) ความเร็วสัญญาณที่รองรับ 10Mbps, 100Mbps ไปจนถึง 1Gbps (ตัวส่งบางชนิดสามารถส่งได้ถึง 10gb) ระยะทางเดินสามารถเดินได้ถึง 10km (ตามมารตราฐาน) หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับตัวส่งสัญญาณ Single-mode ได้แบ่งย่อยได้ 2 ประเภท คือ ชนิด OS1 และ OS2 ซึ่งปัจจุบันจะนิยมเป็น OS2
- Multi-Mode (ตัวย่อMM) ใช้สำหรับการสื่อสารในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณแสงแบบ LED เช่น ภายในตึก, อาคาร ในส่วนของความเร็วและระยะทางนั้นมีข้อจำกัด สำหรับระยะทางสูงสุดอยู่ที่ 550 เมตร Multi mode จะมีให้เลือกตั้งแต่ OM1-OM5 แต่ในปัจจุบันจะได้รับความนิยมอยู่ 2 ประเภทหลักๆคือ 50/125 µm (OM3) และ 50/125 µm (OM4)
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
https://youtu.be/8nTfhFHGKKw
www.royaltec.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
เคยไหมครับที่วางระบบเครือข่ายให้ลูกค้าวันนี้ แล้วอีกไม่กี่ปีก็ต้องกลับไปรื้อใหม่เพราะ Bandwidth ไม่พอรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป? ความต้องการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งจากวิดีโอความละเอียดสูง, Cloud Application ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาล ทำให้โครงสร้างพื้นฐานเดิมที่ใช้สายทองแดงเริ่มไปต่อไม่ไหว นี่คือจุดที่เทคโนโลยีอย่าง FTTx หรือ Fiber to the X เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะรากฐานของเครือข่ายยุคใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว แต่ยังมาพร้อมความเสถียรและความยืดหยุ่นที่คนทำงานอย่างเราต้องการ
ในสถาปัตยกรรม Single Channel (SCA) ระบบไร้สายจะควบคุม WLAN และตัดสินความสัมพันธ์ระหว่างช่องทางไคลเอ็นต์และปัจจัยการใช้งานข้ามหน่วย ลูกค้าเห็นว่าเครือข่ายทั้งหมดเป็นจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi จุดเดียวซึ่งพวกเขาเห็นว่าเป็นรหัสชุดบริการพื้นฐาน (BSSID) เดียว จุดเข้าใช้งานให้ความร่วมมือในการเลือก AP ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย และผู้ใช้จะไม่ทราบการเชื่อมต่อใหม่ใดๆ สิ่งนี้เข้ามาแก้ปัญหาในการโรมมิ่งของ MCA หลายประการ: ไคลเอนต์ไร้สายทั้งหมดเชื่อมต่อบน Single Channel และจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ทั้งหมดใช้ BSSID เดียวกันซึ่งทำให้การโรมมิ่งง่ายขึ้นอย่างมาก
เคยสงสัยไหมว่าโลกดิจิทัลที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้จะทำงานได้อย่างไร หากไม่มีเส้นใยเล็กๆ ที่มองไม่เห็นเหล่านี้คอยเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน? ใช่แล้วครับ เรากำลังพูดถึง “สาย LAN” หรือสายเคเบิลเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังความเร็ว เสถียรภาพ และความปลอดภัยของการเชื่อมต่อในแทบทุกแง่มุมของชีวิตดิจิทัลของเรา ตั้งแต่การทำงานในสำนักงาน การเล่นเกมออนไลน์ ไปจนถึงระบบอัจฉริยะในบ้านและเมือง หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของสาย LAN และการเดินทางอันน่าทึ่งของเทคโนโลยีนี้ คุณมาถูกที่แล้วครับ บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยดูว่า วิวัฒนาการของสาย LAN เกิดขึ้นได้อย่างไร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย ไปจนถึงมาตรฐานความเร็วสูงในยุคปัจจุบันและอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ IoT เราจะเจาะลึกถึงมาตรฐาน Cat ต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเสริมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงบทบาทของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Panduit และ Royaltec ที่มีส่วนในการพัฒนาสาย LAN มาดูกันว่าสาย LAN ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้มีเบื้องหลังที่น่าสนใจแค่ไหน และจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมต่อโลกของเราไปอีกนานเพียงใด


