มารู้จัก สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) กับ Royaltec
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
4012 ผู้เข้าชม

มารู้จัก สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) กับ Royaltec
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
เป็นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็นที่นิยมมากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมัย แรก ๆ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีระบบเครือข่ายบางประเภทที่ยังใช้สายประเภทนี้อยู่ เราจึงอยากให้ทุกท่านมารู้จักสายชนิดนี้กันครับ
สายโคแอกเชียล เป็นสายสัญญาณไฟฟ้านำข้อมูลแบบอนาล็อก
ลักษณะคล้ายสายเคเบิคทีวี โดยภายในมีตัวนำไฟฟ้าเป็นแกนกลางและห่อหุ้มด้วยฉนวนเป็นชั้นๆตัวนำโลหะทำหน้าที่ส่งสัญญาณ ส่วนฉนวนทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
โครงสร้างของสายโคเอกซ์
คือ สายทองแดงเป็นแกนกลาง จะเป็นส่วนที่นำสัญญาณข้อมูล
คือ ฟรอยด์หุ้มสัญญาณรบกวน
คือ สายนำสัญญาณกราวด์ มีลักษณะเป็นใยโลหะถักเปียหุ้ม
คือ ฉนวน จะเป็นวัสดุที่ป้องกันสายสัญญาณ
สายโคแอกเชียลมีฉนวนห่อหุ้มหลายชั้น ทำให้ป้องกันสัญญาณรบกวนได้มากกว่าสายคู่บิดเกลียว ส่งข้อมูลได้ระยะทางไกล และมีช่วงความกว้างในการส่งข้อมูลมาก ทำให้ส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว มีราคาสูงกว่าสายคู่บิดเกลียว
ความถี่ในการส่งข้อมูล : 5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ถึง 6000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) แล้วแต่คุณภาพของสายสัญญาณ
อย่างไรก็ตามสายโคแอกเชียล ก็ยังคงมีใช้งานตามอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และอาคารทั่วๆไปที่มีขนาดสูง เนื่องจากประสิทธิภาพการส่งสัญญาณ และราคาที่ไม่สูงมาก ทั้งยังมีความคงทน
หากท่านสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทร : 02-9344790
Line : @royaltec
สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable)
เป็นสายสัญญาณประเภทแรกที่ใช้ และเป็นที่นิยมมากในเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมัย แรก ๆ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีระบบเครือข่ายบางประเภทที่ยังใช้สายประเภทนี้อยู่ เราจึงอยากให้ทุกท่านมารู้จักสายชนิดนี้กันครับ
สายโคแอกเชียล เป็นสายสัญญาณไฟฟ้านำข้อมูลแบบอนาล็อก
ลักษณะคล้ายสายเคเบิคทีวี โดยภายในมีตัวนำไฟฟ้าเป็นแกนกลางและห่อหุ้มด้วยฉนวนเป็นชั้นๆตัวนำโลหะทำหน้าที่ส่งสัญญาณ ส่วนฉนวนทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก
โครงสร้างของสายโคเอกซ์
คือ สายทองแดงเป็นแกนกลาง จะเป็นส่วนที่นำสัญญาณข้อมูล
คือ ฟรอยด์หุ้มสัญญาณรบกวน
คือ สายนำสัญญาณกราวด์ มีลักษณะเป็นใยโลหะถักเปียหุ้ม
คือ ฉนวน จะเป็นวัสดุที่ป้องกันสายสัญญาณ
สายโคแอกเชียลมีฉนวนห่อหุ้มหลายชั้น ทำให้ป้องกันสัญญาณรบกวนได้มากกว่าสายคู่บิดเกลียว ส่งข้อมูลได้ระยะทางไกล และมีช่วงความกว้างในการส่งข้อมูลมาก ทำให้ส่งข้อมูลด้วยอัตราเร็ว มีราคาสูงกว่าสายคู่บิดเกลียว
ความถี่ในการส่งข้อมูล : 5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ถึง 6000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) แล้วแต่คุณภาพของสายสัญญาณ
อย่างไรก็ตามสายโคแอกเชียล ก็ยังคงมีใช้งานตามอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย และอาคารทั่วๆไปที่มีขนาดสูง เนื่องจากประสิทธิภาพการส่งสัญญาณ และราคาที่ไม่สูงมาก ทั้งยังมีความคงทน
หากท่านสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทร : 02-9344790
Line : @royaltec
บทความที่เกี่ยวข้อง
อาทิตย์ที่สาดแสงยังไม่แรงเท่าค่าไฟ !
เข้าสู่หน้าร้อนทีไร ทำไม๊ทำไมค่าไฟเพิ่มขึ้นทุกทีทั้งที่เราก็เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าเดิม เวลาที่เปิดเท่าเดิม แต่พอบิลค่าไฟมาทีไร ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ทุกทีไป วันนี้เราพามาหาคำตอบและวิธีประหยัดค่าไฟแต่แอร์ก็ยังเย็นเหมือนเดิมกัน
เคยสงสัยไหมว่าโลกดิจิทัลที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้จะทำงานได้อย่างไร หากไม่มีเส้นใยเล็กๆ ที่มองไม่เห็นเหล่านี้คอยเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน? ใช่แล้วครับ เรากำลังพูดถึง “สาย LAN” หรือสายเคเบิลเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังความเร็ว เสถียรภาพ และความปลอดภัยของการเชื่อมต่อในแทบทุกแง่มุมของชีวิตดิจิทัลของเรา ตั้งแต่การทำงานในสำนักงาน การเล่นเกมออนไลน์ ไปจนถึงระบบอัจฉริยะในบ้านและเมือง หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของสาย LAN และการเดินทางอันน่าทึ่งของเทคโนโลยีนี้ คุณมาถูกที่แล้วครับ บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยดูว่า วิวัฒนาการของสาย LAN เกิดขึ้นได้อย่างไร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย ไปจนถึงมาตรฐานความเร็วสูงในยุคปัจจุบันและอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ IoT เราจะเจาะลึกถึงมาตรฐาน Cat ต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเสริมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงบทบาทของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Panduit และ Royaltec ที่มีส่วนในการพัฒนาสาย LAN มาดูกันว่าสาย LAN ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้มีเบื้องหลังที่น่าสนใจแค่ไหน และจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมต่อโลกของเราไปอีกนานเพียงใด
เคยสงสัยไหมครับว่า เวลาเราส่งอีเมล ดูวิดีโอออนไลน์ หรือแม้แต่ไถฟีดโซเชียลมีเดีย ข้อมูลเหล่านั้นเดินทางผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ซับซ้อนไปถึงปลายทางได้อย่างไร? เบื้องหลังการทำงานที่ดูเหมือนง่ายดายนี้ มีโครงสร้างที่เป็นระเบียบและเป็นสากลคอยควบคุมอยู่ ซึ่งก็คือ OSI Model นั่นเองครับ สำหรับคนในแวดวงไอทีแล้ว นี่คือพิมพ์เขียวสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจการสื่อสารของระบบเครือข่ายทั้งหมด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 7 Layer ของ OSI Model แบบเข้าใจง่าย พร้อมทั้งดูว่า Network Switch อุปกรณ์สำคัญในระบบของเรา ทำงานอยู่ในส่วนไหนของโมเดลนี้กันแน่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปทำความรู้จักหัวใจของการสื่อสารเครือข่ายพร้อมกันเลยครับ


