แชร์

ซื้อ UPS ทั้งที มีอะไรที่ควรรู้บ้าง ?

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
828 ผู้เข้าชม
ใน การเลือกซื้อ UPS นั้น นอกจากจะต้องทราบขนาดกำลังไฟฟ้า (Watts), VA และ ระยะเวลาสำรองไฟแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้ออีกดังนี้

1. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่นำมาต่อพ่วงกับ UPS
  • ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการตอบสนองต่อคุณภาพของกระแสไฟฟ้าสูง เช่นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือวัดที่มีความละเอียดสูง และอุปกรณ์ Network Server เราควรเลือกใช้ UPS ที่เป็นเทคโนโลยีแบบ True On-Line Double Conversion
  • หากเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์ เร้าเตอร์ และปริ้ทน์เตอร์ เราสามารถเลือกใช้ UPS ที่เป็นเทคโนโลยีแบบ Line Interactive ก็เพียงพอแล้ว

2. คุณภาพของระบบไฟฟ้า ในจุดที่เรานำ UPS ไปใช้งาน
  • เราควรเลือกใช้ UPS ที่เป็นเทคโนโลยีแบบ True On-Line Double Conversion ในสถานที่ ที่กระแสไฟฟ้ามีความแปรปรวนสูง เช่น จุดที่อยู่ใกล้กับแหล่งจ่ายไฟขนาดใหญ่
  • แต่ถ้าเป็นคอนโดฯ หรือที่พักอาศัยทั่วไป ซึ่งมีความแปรปรวนของกระแสไฟฟ้าน้อย เราก็สามารถใช้ UPS แบบ Line Interactive ได้

3. ขนาดของกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ต่อพ่วงกับ UPS
  • เราควรเลือกกำลังไฟฟ้าของ UPS ที่สูงกว่า อัตราการใช้ไฟของอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือโหลด เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 750 VA เราก็ควรเลือก UPS ที่มีขนาดมากกว่า 750VA ขึ้นไป และกำลังไฟฟ้าที่มากขึ้นก็หมายถึงเวลาในการสำรองไฟที่นานขึ้นด้วย

4. ระยะเวลาที่ต้องการสำรองไฟ
  • สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านเรือนทั่วไป ระยะเวลาในการสำรองไฟนั้นควรอยู่ที่ประมาณ 5-10 นาที ส่วนอุปกรณ์ที่มีความสำคัญ ควรเลือก UPS ที่สามารถสำรองไฟได้ 10-15 นาที
5. ซอฟแวร์ที่ช่วยบริหารจัดการหรือควบคุม
6. ระยะเวลาในการรับประกัน
7. บริการหลังการขาย


 

สอบถาม-สั่งซื้อสินค้า
Tel :02-9344790
Line : @royaltec 
Facebook : RoyaltecThailand

บทความที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการของ Network Switch จาก "ฮับ" ยุค 80 สู่ "หัวใจ AI" ในปี 2026 เจาะลึกวิวัฒนาการ Network Switch ที่คุณอาจไม่เคยรู้!
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
การเดินทาง Wifi จากวิทยุคลื่นสั้น สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า สัญญาณไร้สายอย่าง Wi-Fi ที่ช่วยให้เราท่องโลกออนไลน์จากโซฟาที่บ้านได้อย่างสบาย ๆ นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? จากแนวคิดด้านการสื่อสารในยุคสงครามโลก สู่การเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกอาคารต้องมี บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย วิวัฒนาการของ Wi-Fi ตั้งแต่มาตรฐานยุคแรกที่มีความเร็วเพียง 1 Mbps ไปจนถึง Wi-Fi 7 ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเชื่อมต่อ พร้อมอธิบายว่าทำไมการเข้าใจประวัติของ Wi-Fi จึงมีผลโดยตรงต่อการเลือกอัปเกรดระบบเครือข่ายทั้งในบ้านและองค์กร
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)
ใยแก้วนำแสง หรือ ออปติกไฟเบอร์ หรือ ไฟเบอร์ออปติก เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน ใยแก้วนำแสงนั้นทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งแสงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง เมื่อนำมาใช้ในการสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้การส่ง-รับข้อมูลได้เร็วมาก สามารถส่ง-รับข้อมูลในระยะทางได้เกิน 100 กม.เนื่องจากแสงเป็นตัวนำส่งข้อมูล จึงทำให้สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก ไม่สามารถรบกวนสัญญาณได้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy