7 เทรนด Smart building ในปี 2024
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
669 ผู้เข้าชม

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2024 เราได้เห็นว่า การเติบโตของ Smart Building นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่ทำให้ Smart Building ไม่ได้เป็นเพียงแค่คอนเซป แห่งอนาคตอีกต่อไป และจากการผสมผสานระหว่าง เทคโนโลยี AI และ IoT เพื่อที่จะมุ่งเน้นไปที่การใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ทำให้อาคารเหล่านี้ ยิ่งมีความสามารถที่จะสามารถปรับปรุงการทำงานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 7 เทรนด์ ของ Smart building สำหรับ ปี 2024 กัน
1 การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี AI และ IoT ใน Smart Building
การมาพบกันของเทคโนโลยี AI และ IoT ทำให้ ที่อยู่อาศัย สามารถตอบสนองต่อผู้อยู่อาศัยได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น จากการให้เทคโนโลยี HAVC ร่วมกับ AI มาวิเคราะห์เพื่อควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ตามสภาพอากาศ การทำนายระยะเวลาการบำรุงรักษาอุปกรณ์
2 การเปิดรับเทคโนโลยีสีเขียว และความยั่งยืน
ความยั่งยืนกับ Smart Building นั้น เกิดขึ้นมาได้จากการพัฒนาการใช้งานเทคโนโลยี AI และ IoT ที่สอบคล้องกับแนวคิด ESG ซึ่งจะใช้ เซนเซอร์ IoT ในการติดตาม และบริหารการใช้พลังงาน ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ ข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อควรคุมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
3 การยกระดับระบบรักษาความปลอดภัย
เทคโนโลยีรักษาควาปลอดภัยใน Smart Building นั้นพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการจดจำใบหน้า ประตู keyless การตรวจจับกิจกรรมที่ผิดปกติและให้การแนะนำผู้อยู่อาศัยไปหาทางออกและแจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
4 ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี
การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้นในการออกแบบอาคาร ทั้งเรื่องระบบการกรองอากาศเพื่อเพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคาร รวมทั้งระบบตรวจจับอื่นๆ ทั้ง CO2 ความชื้น เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่
5 การเชื่อมต่อที่ผสมผสานกับ 5G
การใช้เทคโนโลยี 5G กำลังเปลี่ยนแปลง ระบบการติดต่อสื่อสารภายในอาคาร เช่นการใช้ แอปพลิเคชั่น AR เพื่อช่วยในการจัดการและบำรุงอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี VR เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการจัดการพื้นที่และออกแบบ โดยใช้ความรวดเร็วในการส่งและประมวลผลข้อมูลของเครือข่าย 5G
6 Smart Building as a Service (SBaaS)
SBaaS เป็นการนิยามการบริหารจัดการอาคารแบบใหม่ ที่สร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ อาคารและพลังงาน ซึ่งทำให้เจ้าของอาคารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ทำให้มั่นใจได้ว่าอาคารยังสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างมีประสิทธิภาพได้เสมอ
7 ระบบการจัดการอาคารบนคลาวด์ Cloud-Based Building Management Systems (BMS)
ระบบขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยี Cloud Computer เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาคาร ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และระบบ Cloud Infrastructure มารวบรวม วิเคราะห์ และจัดการระบบอาคารจากระยะไกล ซึ่งจะทำให้การจัดการอาคารและใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ ต้นทุนการดำเนินงานลดลง และผู้อยู่อาศัยมความสะดวกสบายมากขึ้น
ที่มา https://sensgreen.com/7-smart-building-trends-in-2024/
#Royaltec #tech #Smartbuilding #artificialintelligence #IOT #5G #Sustainability #healthcare
1 การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี AI และ IoT ใน Smart Building
การมาพบกันของเทคโนโลยี AI และ IoT ทำให้ ที่อยู่อาศัย สามารถตอบสนองต่อผู้อยู่อาศัยได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น จากการให้เทคโนโลยี HAVC ร่วมกับ AI มาวิเคราะห์เพื่อควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ตามสภาพอากาศ การทำนายระยะเวลาการบำรุงรักษาอุปกรณ์
2 การเปิดรับเทคโนโลยีสีเขียว และความยั่งยืน
ความยั่งยืนกับ Smart Building นั้น เกิดขึ้นมาได้จากการพัฒนาการใช้งานเทคโนโลยี AI และ IoT ที่สอบคล้องกับแนวคิด ESG ซึ่งจะใช้ เซนเซอร์ IoT ในการติดตาม และบริหารการใช้พลังงาน ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ ข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อควรคุมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
3 การยกระดับระบบรักษาความปลอดภัย
เทคโนโลยีรักษาควาปลอดภัยใน Smart Building นั้นพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการจดจำใบหน้า ประตู keyless การตรวจจับกิจกรรมที่ผิดปกติและให้การแนะนำผู้อยู่อาศัยไปหาทางออกและแจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง
4 ให้ความสำคัญกับสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี
การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้นในการออกแบบอาคาร ทั้งเรื่องระบบการกรองอากาศเพื่อเพิ่มคุณภาพอากาศภายในอาคาร รวมทั้งระบบตรวจจับอื่นๆ ทั้ง CO2 ความชื้น เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่
5 การเชื่อมต่อที่ผสมผสานกับ 5G
การใช้เทคโนโลยี 5G กำลังเปลี่ยนแปลง ระบบการติดต่อสื่อสารภายในอาคาร เช่นการใช้ แอปพลิเคชั่น AR เพื่อช่วยในการจัดการและบำรุงอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยี VR เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการจัดการพื้นที่และออกแบบ โดยใช้ความรวดเร็วในการส่งและประมวลผลข้อมูลของเครือข่าย 5G
6 Smart Building as a Service (SBaaS)
SBaaS เป็นการนิยามการบริหารจัดการอาคารแบบใหม่ ที่สร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ อาคารและพลังงาน ซึ่งทำให้เจ้าของอาคารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ทำให้มั่นใจได้ว่าอาคารยังสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างมีประสิทธิภาพได้เสมอ
7 ระบบการจัดการอาคารบนคลาวด์ Cloud-Based Building Management Systems (BMS)
ระบบขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยี Cloud Computer เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาคาร ซึ่งจะใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และระบบ Cloud Infrastructure มารวบรวม วิเคราะห์ และจัดการระบบอาคารจากระยะไกล ซึ่งจะทำให้การจัดการอาคารและใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ ต้นทุนการดำเนินงานลดลง และผู้อยู่อาศัยมความสะดวกสบายมากขึ้น
ที่มา https://sensgreen.com/7-smart-building-trends-in-2024/
#Royaltec #tech #Smartbuilding #artificialintelligence #IOT #5G #Sustainability #healthcare
บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้จักกับสาย UTP ทั่วไปกันก่อนครับ UTP ย่อมา จาก Unshield Twist Pair หรือที่เรารู้จักกันว่าสายแลนนั้นเอง เขียนให้ถูกต้องเลยต้องเขียนว่า U/UTP คือสายที่นำทองแดงมาตีเกลียวเป็นคู่จำนวน 4 คู่ จะมีประเภทหลักๆที่นิยมคือ CAT5E CAT6 หรือ CAT6A นั่นเอง
สายไฟเบอร์ออปติก เริ่มีการใช้งานมายาวนานกว่า 50 ปีแล้ว และเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโครงการไอทีส่วนใหญ่ อาจเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับโครงการพัฒนาต่อไปของคุณ หากคุณเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือธุรกิจประเภทอื่นที่ต้องการให้บริการในระยะทางไกล ไฟเบอร์ออฟติก
แข็งแรง ทนทาน : ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง รองรับน้ำหนักได้มาก เหมาะสำหรับงานหนัก ปลอดภัย : ดีไซน์รูตาข่ายขนาดเล็ก ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดขัด ป้องกันสายไฟจากการถูกหนู กัดแทะ ติดตั้งง่าย : ประกอบและติดตั้งรวดเร็ว ด้วยระบบล็อกแบบพิเศษ


