แชร์

ความแตกต่างสาย Fiber Optic ชนิด Single-Mode และ multi-Mode ต่างกันอย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
3678 ผู้เข้าชม

ความแตกต่างสาย Fiber Optic ชนิด Single-Mode และ multi-Mode ต่างกันอย่างไร

ไฟเบอร์ออปติก หรือ ใยแก้วนำแสง เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน มีแบนด์วิด(Bandwidth) ในการส่งสัญญาณจะสูงกว่าสายเคเบิลชนิดอื่นที่เป็นทองแดง ในด้านการส่งสัญญาณแสงนั้น แสงจะถูกส่งผ่านแกนกลางของสายเคเบิล โดยจะเกิดการสะท้อนกลับของแสง(Reflection in optical) ซึ่งแกนกลางจะทำหน้าที่เป็นท่อนำแสง โดยสายไฟเบอร์ออฟติกจะแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ชนิด Single-Mode และ Multi-Mode

Single-mode (SM)
ออพติคเคเบิลเป็นสีเหลือง ใยแก้วนำแสงบอกขนาด 9/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 125 ไมครอน เมื่อ core มีขนาดเล็กมาก ทำให้แสงเดินทางเป็นระเบียบขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ 2,500 ล้านบิทต่อวินาทีต่อหนึ่งความยาวคลื่นแสงที่ 1300 นาโนเมตร ด้วยระยะทางไม่เกิน 20 กม. ระยะทางในการใช้งานจริง ได้ถึง 100 กม. แต่ความเร็วจะลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบิทต่อวินาที ข้อดีของ SM อีกอันหนึ่งก็คือ มันทำงานที่ความยาวคลื่นที่ 1300 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลดทอนแสงน้อยที่สุด

Multi-mode (MM)
การกระจายของแสงใน multi-mode ออพติคเคเบิลมีสีส้ม ใยแก้วนำแสงขนาด 50/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 ไมครอน เนื่องจากมีขนาด core ใหญ่ ทำให้แสงที่เดินทางกระจัดกระจาย ทำให้แสงเกิดการหักล้างกัน จึงมีการสูญเสียของแสงมาก จึงส่งข้อมูลได้ไม่ไกลเกิน 200 เมตร ความเร็วก็ไม่เกิน 100 ล้านบิทต่อวินาที ที่ความยาวคลื่น 850 นาโนเมตร เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น แต่มีข้อดีก็คือ ราคาถูก เพราะ core มีขนาดใหญ่ สามารถผลิตได้ง่ายกว่า

Optical Light Source
ตัวส่งสัญญาณแสงนั้นจะมี ทั้งแสงแบบ Laser และ LEDs ถูกใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง ชนิด laser จะถูกนำไปใช้งานกับสายชนิด(SM:Single-mode)มากกว่าและจะมีราคาที่แพงกว่า LEDs อย่างมาก เพราะมีพลังงานสูงและควบคุมได้อย่างแม่นยำกว่า ,ส่วน LEDs จะถูกใช้งานกับสายชนิด (MM:Multi-mode) เป็นส่วนใหญ่ และลักษณะแหล่งกำเนิดแสงที่กระจัดกระจาย ไม่คงที่

Single-mode และ Multi-mode มีข้อแตกต่างกันอย่างชั้นเจน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน

_________________________
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
โทร 02-9344790
Line : @royaltec
Facebook : Royaltec Thailand
www.royaltec.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
ฟ้าผ่าและไฟฟ้าสถิต... อันตรายคู่หน้าฝนที่ไม่ควรมองข้าม !
ฟ้าผ่าและไฟฟ้าสถิต... อันตรายที่มาในหน้าฝน อันตรายจากฟ้าผ่า️️  ภัยธรรมชาติที่หลายคนอาจมองข้าม นั้นก็คือ "ฟ้าผ่า" และ "ไฟฟ้าสถิต" ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรง บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้เกี่ยวกับฟ้าผ่า และไฟฟ้าสถิต วิธีป้องกัน อุปกรณ์ช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้น และข้อควรระวัง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
เบื่อไหมกับการทุบพื้น-รื้อฝ้า? เจาะลึก 3 ต้นตอปัญหาระบบท่อภายในอาคาร ที่วิศวกรและ SI ต้องรู้
เวลาระบบสุขาภิบาลมีปัญหา รั่ว อุดตัน กลิ่นย้อน หรือแรงดันตก หน้างานทุกคนรู้ดีว่างานจะวุ่นแค่ไหน ทั้งต้องเปิดฝ้า ทุบพื้น ไล่หาจุดรั่ว เสียเวลา เสียเครดิตกับลูกค้า หลายครั้งพอไล่สาเหตุจริงๆ ย้อนกลับไปเจออยู่ไม่กี่เรื่องเดิมๆ คือเลือกวัสดุท่อผิดประเภท กดสเปกลดเกรดเกินไป หรือออกแบบไม่ฟังข้อจำกัดของหน้างาน สำหรับผู้บริหารบริษัท SI (System Integrator), วิศวกรหน้างาน และผู้ออกแบบงานระบบ การเข้าใจมาตรฐานวัสดุและข้อบังคับของไทยให้ลึกตั้งแต่ตอนสเปก จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ไปได้เยอะมาก เหมือนเราเดินท่อให้ถูกไซซ์ ถูกเกรด และถูกตำแหน่งตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องกลับมาไล่แก้งานแบบเสียทั้งเวลาและกำไรในภายหลัง
ในยุค 5G ทำไมสาย Fiber Optic ถึงมีบบาทสำคัญ
5G เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายในปัจจุบันที่ สามารถ Upload และ Download ได้อย่างรวดเร็ว latency ต่ำ สามารถเชื่อมต่อได้อย่างมั่นคง โดยใช้สถาปัตยกรรมทางระบบเครือข่ายที่ล้ำหน้าและ cut-edge Tecnology เช่น Massive MIMO, Beam Forming และ mmWave เพื่อให้การส่งข้อมูลได้รวดเร็วที่สุดพร้อมทั้งลด Latency ให้น้อยลง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy