Share

ความแตกต่างสาย Fiber Optic ชนิด Single-Mode และ multi-Mode ต่างกันอย่างไร

Last updated: 5 Aug 2025
1891 Views

ความแตกต่างสาย Fiber Optic ชนิด Single-Mode และ multi-Mode ต่างกันอย่างไร

ไฟเบอร์ออปติก หรือ ใยแก้วนำแสง เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน มีแบนด์วิด(Bandwidth) ในการส่งสัญญาณจะสูงกว่าสายเคเบิลชนิดอื่นที่เป็นทองแดง ในด้านการส่งสัญญาณแสงนั้น แสงจะถูกส่งผ่านแกนกลางของสายเคเบิล โดยจะเกิดการสะท้อนกลับของแสง(Reflection in optical) ซึ่งแกนกลางจะทำหน้าที่เป็นท่อนำแสง โดยสายไฟเบอร์ออฟติกจะแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ชนิด Single-Mode และ Multi-Mode

Single-mode (SM)
ออพติคเคเบิลเป็นสีเหลือง ใยแก้วนำแสงบอกขนาด 9/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 125 ไมครอน เมื่อ core มีขนาดเล็กมาก ทำให้แสงเดินทางเป็นระเบียบขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ 2,500 ล้านบิทต่อวินาทีต่อหนึ่งความยาวคลื่นแสงที่ 1300 นาโนเมตร ด้วยระยะทางไม่เกิน 20 กม. ระยะทางในการใช้งานจริง ได้ถึง 100 กม. แต่ความเร็วจะลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบิทต่อวินาที ข้อดีของ SM อีกอันหนึ่งก็คือ มันทำงานที่ความยาวคลื่นที่ 1300 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลดทอนแสงน้อยที่สุด

Multi-mode (MM)
การกระจายของแสงใน multi-mode ออพติคเคเบิลมีสีส้ม ใยแก้วนำแสงขนาด 50/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 ไมครอน เนื่องจากมีขนาด core ใหญ่ ทำให้แสงที่เดินทางกระจัดกระจาย ทำให้แสงเกิดการหักล้างกัน จึงมีการสูญเสียของแสงมาก จึงส่งข้อมูลได้ไม่ไกลเกิน 200 เมตร ความเร็วก็ไม่เกิน 100 ล้านบิทต่อวินาที ที่ความยาวคลื่น 850 นาโนเมตร เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น แต่มีข้อดีก็คือ ราคาถูก เพราะ core มีขนาดใหญ่ สามารถผลิตได้ง่ายกว่า

Optical Light Source
ตัวส่งสัญญาณแสงนั้นจะมี ทั้งแสงแบบ Laser และ LEDs ถูกใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง ชนิด laser จะถูกนำไปใช้งานกับสายชนิด(SM:Single-mode)มากกว่าและจะมีราคาที่แพงกว่า LEDs อย่างมาก เพราะมีพลังงานสูงและควบคุมได้อย่างแม่นยำกว่า ,ส่วน LEDs จะถูกใช้งานกับสายชนิด (MM:Multi-mode) เป็นส่วนใหญ่ และลักษณะแหล่งกำเนิดแสงที่กระจัดกระจาย ไม่คงที่

Single-mode และ Multi-mode มีข้อแตกต่างกันอย่างชั้นเจน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน

_________________________
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
โทร 02-9344790
Line : @royaltec
Facebook : Royaltec Thailand
www.royaltec.com


Related Content
วิวัฒนาการของ Network Switch จากอุปกรณ์รับส่งข้อมูลสู่รากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
Perovskite เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ชนิดใหม่ พลังแสงอาทิตย์แห่งอนาคต
เพอรอฟสไกต์ (Perovskite) วัสดุและนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาอย่างมากในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เพราะมันไม่ได้มาแค่เพื่อแข่งขัน แต่จะเข้ามา เปลี่ยนภาพจำ ของโซลาร์เซลล์แบบดั้งเดิมไปตลอดกาล !
Transform Your Warehouse with Data-Driven Automation
ปลดล็อกศักยภาพคลังสินค้าด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มากกว่าแค่หุ่นยนต์และเครื่องจักร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy