แชร์

ความแตกต่างสาย Fiber Optic ชนิด Single-Mode และ multi-Mode ต่างกันอย่างไร

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
3074 ผู้เข้าชม

ความแตกต่างสาย Fiber Optic ชนิด Single-Mode และ multi-Mode ต่างกันอย่างไร

ไฟเบอร์ออปติก หรือ ใยแก้วนำแสง เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน มีแบนด์วิด(Bandwidth) ในการส่งสัญญาณจะสูงกว่าสายเคเบิลชนิดอื่นที่เป็นทองแดง ในด้านการส่งสัญญาณแสงนั้น แสงจะถูกส่งผ่านแกนกลางของสายเคเบิล โดยจะเกิดการสะท้อนกลับของแสง(Reflection in optical) ซึ่งแกนกลางจะทำหน้าที่เป็นท่อนำแสง โดยสายไฟเบอร์ออฟติกจะแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ชนิด Single-Mode และ Multi-Mode

Single-mode (SM)
ออพติคเคเบิลเป็นสีเหลือง ใยแก้วนำแสงบอกขนาด 9/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 125 ไมครอน เมื่อ core มีขนาดเล็กมาก ทำให้แสงเดินทางเป็นระเบียบขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ 2,500 ล้านบิทต่อวินาทีต่อหนึ่งความยาวคลื่นแสงที่ 1300 นาโนเมตร ด้วยระยะทางไม่เกิน 20 กม. ระยะทางในการใช้งานจริง ได้ถึง 100 กม. แต่ความเร็วจะลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบิทต่อวินาที ข้อดีของ SM อีกอันหนึ่งก็คือ มันทำงานที่ความยาวคลื่นที่ 1300 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลดทอนแสงน้อยที่สุด

Multi-mode (MM)
การกระจายของแสงใน multi-mode ออพติคเคเบิลมีสีส้ม ใยแก้วนำแสงขนาด 50/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 ไมครอน เนื่องจากมีขนาด core ใหญ่ ทำให้แสงที่เดินทางกระจัดกระจาย ทำให้แสงเกิดการหักล้างกัน จึงมีการสูญเสียของแสงมาก จึงส่งข้อมูลได้ไม่ไกลเกิน 200 เมตร ความเร็วก็ไม่เกิน 100 ล้านบิทต่อวินาที ที่ความยาวคลื่น 850 นาโนเมตร เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น แต่มีข้อดีก็คือ ราคาถูก เพราะ core มีขนาดใหญ่ สามารถผลิตได้ง่ายกว่า

Optical Light Source
ตัวส่งสัญญาณแสงนั้นจะมี ทั้งแสงแบบ Laser และ LEDs ถูกใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง ชนิด laser จะถูกนำไปใช้งานกับสายชนิด(SM:Single-mode)มากกว่าและจะมีราคาที่แพงกว่า LEDs อย่างมาก เพราะมีพลังงานสูงและควบคุมได้อย่างแม่นยำกว่า ,ส่วน LEDs จะถูกใช้งานกับสายชนิด (MM:Multi-mode) เป็นส่วนใหญ่ และลักษณะแหล่งกำเนิดแสงที่กระจัดกระจาย ไม่คงที่

Single-mode และ Multi-mode มีข้อแตกต่างกันอย่างชั้นเจน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จำเป็นจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งาน

_________________________
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 
โทร 02-9344790
Line : @royaltec
Facebook : Royaltec Thailand
www.royaltec.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
Transform Your Warehouse with Data-Driven Automation
ปลดล็อกศักยภาพคลังสินค้าด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มากกว่าแค่หุ่นยนต์และเครื่องจักร
ซื้อ UPS ทั้งที มีอะไรที่ควรรู้บ้าง ?
ใน การเลือกซื้อ UPS นั้น นอกจากจะต้องทราบขนาดกำลังไฟฟ้า (Watts), VA และ ระยะเวลาสำรองไฟแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้ออีกดังนี้
วางระบบ FTTx อย่างไรให้สัญญาณแรงทั่วอาคาร
เน็ตภายในอาคารแรงที่ชั้นล่าง แต่ขึ้นไปชั้นบนแล้วสปีดเหลือครึ่งเดียว หรือลูกบ้านปลายสายบ่นว่าเน็ตหลุดเป็นช่วงๆ ทั้งที่ใช้แพ็กเกจเดียวกัน ปัญหาแบบนี้ไม่ได้เกิดจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ วางหมาก ระบบ FTTx ภายในอาคาร/หมู่บ้านด้วย โดยเฉพาะการเลือกและวางตำแหน่งตัวแบ่งสัญญาณ (Splitter) สำหรับเจ้าของบริษัทรับเหมา ผู้จัดการโครงการ และวิศวกรออกแบบ ระบบ FTTx ในอาคารสูงหรือหมู่บ้านจัดสรรเปรียบได้กับระบบประปา สายไฟเบอร์คือท่อน้ำหลัก ส่วน Splitter ก็คือข้อต่อแยกท่อ ถ้าเลือกขนาดไม่เหมาะ วางตำแหน่งผิด หรือเก็บงานหน้างานไม่ดี น้ำก็จะไปไม่ถึง ปลายสายก็มีแต่หยดน้ำแทนที่จะเป็นสายน้ำแรงๆ บทความนี้จะคุยกันแบบภาคสนาม ว่าควรดูอะไรบ้างเพื่อให้สัญญาณไฟเบอร์แรงทั่วอาคาร ไม่ดรอป และคุ้มค่าต่อการลงทุน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy