Share

สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

Last updated: 5 Aug 2025
1244 Views
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

ใยแก้วนำแสง หรือ ออปติกไฟเบอร์ หรือ ไฟเบอร์ออปติก เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน

ใยแก้วนำแสงนั้นทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งแสงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง เมื่อนำมาใช้ในการสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้การส่ง-รับข้อมูลได้เร็วมาก สามารถส่ง-รับข้อมูลในระยะทางได้เกิน 100 กม.เนื่องจากแสงเป็นตัวนำส่งข้อมูล จึงทำให้สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก ไม่สามารถรบกวนสัญญาณได้

โครงสร้างของเส้นใยแสงประกอบด้วยส่วนที่แสงเดินทางผ่านเรียกว่า CORE และส่วนที่หุ้มCORE อยู่เรียกว่า CLAD ทั้ง CORE และ CLAD เป็นDIELECTRIC ใส 2 ชนิด (DIELECTRIC หมายถึงสารที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า เช่น แก้ว พลาสติก)

ชนิดของใยแก้วนำแสง

ชนิด Singlemode
ชนิด Multimode


Single-mode (SM)
ออพติคเคเบิลเป็นสีเหลือง ใยแก้วนำแสงบอกขนาด 9/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 125 ไมครอน เมื่อ core มีขนาดเล็กมาก ทำให้แสงเดินทางเป็นระเบียบขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ 2,500 ล้านบิทต่อวินาทีต่อหนึ่งความยาวคลื่นแสงที่ 1300 นาโนเมตร ด้วยระยะทางไม่เกิน 20 กม. ระยะทางในการใช้งานจริง ได้ถึง 100 กม. แต่ความเร็วจะลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบิทต่อวินาที ข้อดีของ SM อีกอันหนึ่งก็คือ มันทำงานที่ความยาวคลื่นที่ 1300 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลดทอนแสงน้อยที่สุด

Multi-mode (MM)
การกระจายของแสงใน multi-mode

ออพติคเคเบิลมีสีส้ม ใยแก้วนำแสงขนาด 50/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 ไมครอน เนื่องจากมีขนาด core ใหญ่ ทำให้แสงที่เดินทางกระจัดกระจาย ทำให้แสงเกิดการหักล้างกัน จึงมีการสูญเสียของแสงมาก จึงส่งข้อมูลได้ไม่ไกลเกิน 200 เมตร ความเร็วก็ไม่เกิน 100 ล้านบิทต่อวินาที ที่ความยาวคลื่น 850 นาโนเมตร เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น แต่มีข้อดีก็คือ ราคาถูก เพราะ core มีขนาดใหญ่ สามารถผลิตได้ง่ายกว่า

การแบ่งลักษณะการใช้งานของสาย Fiber Optic

  1. Tight Buffer เป็นสายไฟเบอร์แบบเดินภายในอาคาร (Indoor)
  2. Loose Tube เป็นสายไฟเบอร์ที่ออกแบบมาใช้เดินภายนอกอาคาร (Outdoor)
  3. สายแบบ Indoor/Outdoor

Related Content
Obstruction Light แสงสว่างเพื่อความปลอดภัยที่มองข้ามไม่ได้
เคยสงสัยไหมว่าทำไมตึกสูงระฟ้าถึงต้องมีไฟกระพริบสีแดงหรือขาวอยู่บนยอด? หรือทำไมสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถึงต้องติดไฟราวกับเป็นส่วนหนึ่งของระบบนำทางบนท้องฟ้า? นั่นคือ 'ไฟเตือนสิ่งกีดขวาง' หรือ Obstruction Light นั่นเองครับ! เราจะพาคุณย้อนรอยไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของแสงแห่งความปลอดภัยนี้ ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมเจาะลึกถึงวิวัฒนาการของกฎหมาย มาตรฐาน และเทคโนโลยีที่ทำให้การเดินทางทางอากาศปลอดภัยยิ่งขึ้น ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่สนใจความปลอดภัยทางอากาศ หรือกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับไฟเตือนสิ่งกีดขวางตามกฎหมายไทย บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอนครับ!
Green Infrastructure พลิกโฉมอาคารและโรงงานสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะประหยัดพลังงาน
ปัจจุบัน Sustainability หรือความยั่งยืน ไม่ใช่แค่เทรนด์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม อาคารอัจฉริยะ และ Data Center การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ประหยัดพลังงานตั้งแต่วันแรก จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
การเดินทาง Wifi จากวิทยุคลื่นสั้น สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า สัญญาณไร้สายอย่าง Wi-Fi ที่ช่วยให้เราท่องโลกออนไลน์จากโซฟาที่บ้านได้อย่างสบาย ๆ นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? จากแนวคิดด้านการสื่อสารในยุคสงครามโลก สู่การเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกอาคารต้องมี บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย วิวัฒนาการของ Wi-Fi ตั้งแต่มาตรฐานยุคแรกที่มีความเร็วเพียง 1 Mbps ไปจนถึง Wi-Fi 7 ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเชื่อมต่อ พร้อมอธิบายว่าทำไมการเข้าใจประวัติของ Wi-Fi จึงมีผลโดยตรงต่อการเลือกอัปเกรดระบบเครือข่ายทั้งในบ้านและองค์กร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy