Share

สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

Last updated: 5 Aug 2025
1563 Views
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

ใยแก้วนำแสง หรือ ออปติกไฟเบอร์ หรือ ไฟเบอร์ออปติก เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน

ใยแก้วนำแสงนั้นทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งแสงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง เมื่อนำมาใช้ในการสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้การส่ง-รับข้อมูลได้เร็วมาก สามารถส่ง-รับข้อมูลในระยะทางได้เกิน 100 กม.เนื่องจากแสงเป็นตัวนำส่งข้อมูล จึงทำให้สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก ไม่สามารถรบกวนสัญญาณได้

โครงสร้างของเส้นใยแสงประกอบด้วยส่วนที่แสงเดินทางผ่านเรียกว่า CORE และส่วนที่หุ้มCORE อยู่เรียกว่า CLAD ทั้ง CORE และ CLAD เป็นDIELECTRIC ใส 2 ชนิด (DIELECTRIC หมายถึงสารที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า เช่น แก้ว พลาสติก)

ชนิดของใยแก้วนำแสง

ชนิด Singlemode
ชนิด Multimode


Single-mode (SM)
ออพติคเคเบิลเป็นสีเหลือง ใยแก้วนำแสงบอกขนาด 9/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 125 ไมครอน เมื่อ core มีขนาดเล็กมาก ทำให้แสงเดินทางเป็นระเบียบขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ 2,500 ล้านบิทต่อวินาทีต่อหนึ่งความยาวคลื่นแสงที่ 1300 นาโนเมตร ด้วยระยะทางไม่เกิน 20 กม. ระยะทางในการใช้งานจริง ได้ถึง 100 กม. แต่ความเร็วจะลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบิทต่อวินาที ข้อดีของ SM อีกอันหนึ่งก็คือ มันทำงานที่ความยาวคลื่นที่ 1300 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลดทอนแสงน้อยที่สุด

Multi-mode (MM)
การกระจายของแสงใน multi-mode

ออพติคเคเบิลมีสีส้ม ใยแก้วนำแสงขนาด 50/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 ไมครอน เนื่องจากมีขนาด core ใหญ่ ทำให้แสงที่เดินทางกระจัดกระจาย ทำให้แสงเกิดการหักล้างกัน จึงมีการสูญเสียของแสงมาก จึงส่งข้อมูลได้ไม่ไกลเกิน 200 เมตร ความเร็วก็ไม่เกิน 100 ล้านบิทต่อวินาที ที่ความยาวคลื่น 850 นาโนเมตร เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น แต่มีข้อดีก็คือ ราคาถูก เพราะ core มีขนาดใหญ่ สามารถผลิตได้ง่ายกว่า

การแบ่งลักษณะการใช้งานของสาย Fiber Optic

  1. Tight Buffer เป็นสายไฟเบอร์แบบเดินภายในอาคาร (Indoor)
  2. Loose Tube เป็นสายไฟเบอร์ที่ออกแบบมาใช้เดินภายนอกอาคาร (Outdoor)
  3. สายแบบ Indoor/Outdoor

Related Content
7 เทรนด Smart building ในปี 2024
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2024 เราได้เห็นว่า การเติบโตของ Smart Building นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่ทำให้ Smart Building ไม่ได้เป็นเพียงแค่คอนเซป แห่งอนาคตอีกต่อไป และจากการผสมผสานระหว่าง เทคโนโลยี AI และ IoT เพื่อที่จะมุ่งเน้นไปที่การใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ทำให้อาคารเหล่านี้ ยิ่งมีความสามารถที่จะสามารถปรับปรุงการทำงานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 7 เทรนด์ ของ Smart building สำหรับ ปี 2024 กัน
4 คำควรรู้! ออกแบบกล้องวงจรปิด ให้แม่นยำ
เคยไหมที่รู้สึกหงุดหงิดกับกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไปแล้ว แต่ภาพกลับไม่ชัดพอในยามที่ต้องการ หรือมีมุมอับที่ไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์สำคัญได้? หลายคนอาจคิดว่าการเลือกกล้อง CCTV ที่มี ความละเอียดสูงที่สุด ก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง การติดตั้งกล้องวงจรปิดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อฮาร์ดแวร์ที่ดีเยี่ยมเท่านั้นครับ แต่หัวใจสำคัญคือการ ออกแบบ ระบบให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์และพื้นที่ใช้งานอย่างแท้จริงต่างหาก! ...
POE Switch และ Power Injector ต่างกันอย่างไร ?
ความแตกต่างของ POE Switch และ Power Injector เลือกใช้งานอย่างไรให้ตอบโจทย์ความต้องการ และงานของคุณ มีข้อควรพิจารณาอย่างไร ? POE หรือ Power over Ethernet เทคโนโลยี่ที่ช่วยจ่ายไฟร่วมกับสาย Lan (สาย UTP) ให้กับอุปกรณ์ Network ที่รองรับไฟ POE เช่น Access Point , IP-Camera , IP-Phone
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy