แชร์

สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
2259 ผู้เข้าชม
สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

ใยแก้วนำแสง หรือ ออปติกไฟเบอร์ หรือ ไฟเบอร์ออปติก เป็นแก้วหรือพลาสติกคุณภาพสูง ที่สามารถยืดหยุ่นโค้งงอได้ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 8-10 ไมครอน ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมที่มีขนาด 40-120 ไมครอน

ใยแก้วนำแสงนั้นทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งแสงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง เมื่อนำมาใช้ในการสื่อสารโทรคมนาคม ทำให้การส่ง-รับข้อมูลได้เร็วมาก สามารถส่ง-รับข้อมูลในระยะทางได้เกิน 100 กม.เนื่องจากแสงเป็นตัวนำส่งข้อมูล จึงทำให้สัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก ไม่สามารถรบกวนสัญญาณได้

โครงสร้างของเส้นใยแสงประกอบด้วยส่วนที่แสงเดินทางผ่านเรียกว่า CORE และส่วนที่หุ้มCORE อยู่เรียกว่า CLAD ทั้ง CORE และ CLAD เป็นDIELECTRIC ใส 2 ชนิด (DIELECTRIC หมายถึงสารที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า เช่น แก้ว พลาสติก)

ชนิดของใยแก้วนำแสง

ชนิด Singlemode
ชนิด Multimode


Single-mode (SM)
ออพติคเคเบิลเป็นสีเหลือง ใยแก้วนำแสงบอกขนาด 9/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่านศูนย์กลาง 125 ไมครอน เมื่อ core มีขนาดเล็กมาก ทำให้แสงเดินทางเป็นระเบียบขึ้น ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ 2,500 ล้านบิทต่อวินาทีต่อหนึ่งความยาวคลื่นแสงที่ 1300 นาโนเมตร ด้วยระยะทางไม่เกิน 20 กม. ระยะทางในการใช้งานจริง ได้ถึง 100 กม. แต่ความเร็วจะลดลง แต่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบิทต่อวินาที ข้อดีของ SM อีกอันหนึ่งก็คือ มันทำงานที่ความยาวคลื่นที่ 1300 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลดทอนแสงน้อยที่สุด

Multi-mode (MM)
การกระจายของแสงใน multi-mode

ออพติคเคเบิลมีสีส้ม ใยแก้วนำแสงขนาด 50/125 หมายถึง ขนาด core เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ไมครอน ขนาดเปลือกหุ้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 125 ไมครอน เนื่องจากมีขนาด core ใหญ่ ทำให้แสงที่เดินทางกระจัดกระจาย ทำให้แสงเกิดการหักล้างกัน จึงมีการสูญเสียของแสงมาก จึงส่งข้อมูลได้ไม่ไกลเกิน 200 เมตร ความเร็วก็ไม่เกิน 100 ล้านบิทต่อวินาที ที่ความยาวคลื่น 850 นาโนเมตร เหมาะสำหรับใช้ภายในอาคารเท่านั้น แต่มีข้อดีก็คือ ราคาถูก เพราะ core มีขนาดใหญ่ สามารถผลิตได้ง่ายกว่า

การแบ่งลักษณะการใช้งานของสาย Fiber Optic

  1. Tight Buffer เป็นสายไฟเบอร์แบบเดินภายในอาคาร (Indoor)
  2. Loose Tube เป็นสายไฟเบอร์ที่ออกแบบมาใช้เดินภายนอกอาคาร (Outdoor)
  3. สายแบบ Indoor/Outdoor

บทความที่เกี่ยวข้อง
วิวัฒนาการของ Network Switch จาก "ฮับ" ยุค 80 สู่ "หัวใจ AI" ในปี 2026 เจาะลึกวิวัฒนาการ Network Switch ที่คุณอาจไม่เคยรู้!
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
ทำยังไงดี ? เปิดแอร์หน้าร้อนทีไร ค่าไฟพุ่งทุกที
อาทิตย์ที่สาดแสงยังไม่แรงเท่าค่าไฟ ! เข้าสู่หน้าร้อนทีไร ทำไม๊ทำไมค่าไฟเพิ่มขึ้นทุกทีทั้งที่เราก็เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าเดิม เวลาที่เปิดเท่าเดิม แต่พอบิลค่าไฟมาทีไร ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ทุกทีไป วันนี้เราพามาหาคำตอบและวิธีประหยัดค่าไฟแต่แอร์ก็ยังเย็นเหมือนเดิมกัน
เจาะลึกระบบล่อฟ้า ทำไมบนอาคารสูงแค่ 'ติดให้มี' ถึงอันตรายกว่าที่คิด
หลายคนในวงการน่าจะเคยเจอสถานการณ์ที่หลังพายุฝนฟ้าคะนองผ่านไป อุปกรณ์ในห้องเซิร์ฟเวอร์, ระบบควบคุมลิฟต์ หรือแม้แต่กล้องวงจรปิดเกิดความเสียหายพร้อมกัน ทั้งที่อาคารก็มี 'เสาล่อฟ้า' ติดตั้งอยู่ นี่คือสัญญาณแรกที่บอกว่าระบบป้องกันฟ้าผ่าที่คุณมี อาจไม่ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างที่ควรจะเป็น ปรากฏการณ์ฟ้าผ่าไม่ใช่เรื่องของโชคร้าย แต่เป็นวิทยาศาสตร์ที่คำนวณและป้องกันได้ การละเลยเรื่องมาตรฐานจึงอาจนำมาซึ่งความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินอิเล็กทรอนิกส์มูลค่ามหาศาลในอาคาร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy