พลิกโฉมอุตสาหกรรมการก่อสร้างด้วย IoT และ generative AI
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
959 ผู้เข้าชม

อุตสาหกรรมโครงการก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย เช่น ต้นทุนการก่อสร้างที่สูง ระยะเวลาการก่อสร้างที่ยาวนานและซับซ้อน และปัญหาด้านความปลอดภัยในการทำงาน
เทคโนโลยี IoT และ Generative AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมโครงการต่างๆ
เทคโนโลยี IoT หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง คือเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันและสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ จึงทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการของโครงการต่างๆ ได้อย่างมาก เช่น
ในส่วนของ เทคโนโลยี Generative AI หรือปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างเชิงสร้างสรรค์ คือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างข้อมูลหรือเนื้อหาใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่ง เราสามารถนำ Generative AI มาใช้ในงานโครงการต่างได้ เช่น
เพิ่มเติม : Impact of IoT and AI Transforming Construction Industries , Revolutionizing Construction: 5 Ways IoT and Automation Unleash Efficiency for Enhanced Productivity.
#Royaltec #อุตสาหกรรมโครงการก่อสร้าง #เทคโนโลยีIoT #ต้นทุนการก่อสร้าง #ประสิทธิภาพของโครงการ #นวัตกรรม #GenerativeAI #IOT #ProjectEfficiency
เทคโนโลยี IoT และ Generative AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมโครงการต่างๆ
เทคโนโลยี IoT หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง คือเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันและสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้ จึงทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการของโครงการต่างๆ ได้อย่างมาก เช่น
- ใช้เทคโนโลยี IoT มาติดตามและตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ใช้เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในไซต์งาน ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงาน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโครงการต่างๆ โดยใช้ อุปกรณ์ตรวจจับการใช้พลังงานในเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช้วยในการลดการใช้พลังงาน ช่วยลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม
- เพิ่มความปลอดภัยโดยใช้ กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (Smart CCTV) เพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติ เช่น บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง วัตถุอันตราย เป็นต้น ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหาย ข้อมูลเพิ่มเติม กล้องอัจฉริยะ i-PRO
ในส่วนของ เทคโนโลยี Generative AI หรือปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างเชิงสร้างสรรค์ คือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างข้อมูลหรือเนื้อหาใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่ง เราสามารถนำ Generative AI มาใช้ในงานโครงการต่างได้ เช่น
- ใช้ Generative AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และโครงสร้างต่างๆ ซึ่งช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้วัสดุ ลดต้นทุน และเพิ่มความสวยงาม
- ใช้ Generative AI ในการสร้างแบบจำลองและสภาพแวดล้อมเสมือนจริง (Virtual Reality) ร่วมกับเทคโนโลยี AR/VR ซึ่งช่วยในการสื่อสารและนำเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง
เพิ่มเติม : Impact of IoT and AI Transforming Construction Industries , Revolutionizing Construction: 5 Ways IoT and Automation Unleash Efficiency for Enhanced Productivity.
#Royaltec #อุตสาหกรรมโครงการก่อสร้าง #เทคโนโลยีIoT #ต้นทุนการก่อสร้าง #ประสิทธิภาพของโครงการ #นวัตกรรม #GenerativeAI #IOT #ProjectEfficiency
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวประกอบด้วยสายเคเบิล OSDP และสายเคเบิลFRC รวมถึงHirschmann IT railway radiosและmanaged switches, ขั้วต่อ Lumberg Automation และ ProSoft routers
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หลายโรงงานและอาคารพาณิชย์เริ่มตั้งคำถามเหมือนกันหมดว่า ทำไมค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ใช้เครื่องจักรและแอร์เท่าเดิม? พอไล่ดูบิลจริงจัง จะเห็นชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน่วยที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ เวลา ที่เราใช้ไฟด้วย โดยเฉพาะหลังเริ่มมีโครงสร้างค่าไฟแบบ Time of Use (ToU) เข้ามาเกี่ยว ESS ที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ตู้แบตสำรองไฟ ตอนนี้เลยกลายเป็นเครื่องมือวางกลยุทธ์ด้านพลังงานไปแล้ว ใครยังคิดว่า ESS = UPS แค่กันไฟดับ มีโอกาสวางสเปกพลาด และเสียโอกาสประหยัดค่าไฟไปหลายแสนต่อปีได้ง่าย ๆ
ถ้ามองระบบไฟฟ้าไทยทุกวันนี้เหมือนระบบท่อในโรงงาน จะเห็นภาพชัดว่าปัญหาไม่ใช่แค่ มีน้ำพอไหม แต่คือ น้ำไหลพุ่งช่วงไหน ต่างหาก โครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบ ToU ก็คือการคิดค่าบริการตามช่วงเวลาที่โหลดขึ้นสูงสุด ถ้าไปดึงโหลดตอนท่อทุกคนเปิดเต็ม ๆ ก็ต้องจ่ายแพงเป็นธรรมดา
เวลาอนุมัติงบซื้อโคมไฟโรงงาน หลายคนยังติดภาพว่าของถูกคือของคุ้ม แต่พอใช้ไปสัก 23 ปี กลับเจอภาพเดิมๆ คือไฟเสียบนที่สูง เรียกรถกระเช้า ช่างต้องขึ้นทำงานบนพื้นที่เสี่ยง หยุดไลน์ผลิตครึ่งวัน เสียทั้งค่าแรง เสียทั้งโอกาส ถ้านับจริงๆ ต้นทุนทั้งหมดแพงกว่าโคมดีๆ ตั้งแต่แรกเยอะมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนดูแลโรงงานควรเริ่มหันมาใช้มุมมอง Total Cost of Ownership (TCO) ในการเลือกโคมไฟ ไม่ได้ดูแค่ราคาหน้าใบเสนอราคา แต่มองระยะยยาวทั้งค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา อายุการใช้งานของ Driver และ LED ไปจนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในโซนกันระเบิดที่พลาดไม่ได้เลย


