แชร์

จะติดเธอ หรือติดใคร แต่อย่าติดโรคอะไรที่มากับฝนนะ

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2025
663 ผู้เข้าชม
จะติดเธอ หรือติดใคร แต่อย่าติดโรคอะไรที่มากับฝนนะ
หน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำ เย็นสบาย แต่อาจจะแฝงภัยร้ายมากับสายลมได้ หลายคนอาจจประสบปัญหา หน้าฝนทีไรไม่สบายทุกที และด้วยสภาพอากาศในปัจจุบันที่แปรปรวน ก็ยิ่งทำให้เชื้อโรกต่างๆแพร่กระจายได้ง่ายยิ่งขึ้น วันนี้เราพาไปดูกันว่า หน้าฝนปีนี้มีโรคอะไรบ้างที่เราต้องระวัง และเราจะดูแลตัวเองยังไงถึงจะอยู่รอดปลอดภัยในหน้าฝนนี้ 


โรคยอดฮิตในช่วงหน้าฝนมีอะไรกันบ้างนะ 
  1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ โรคยอดฮิตในช่วงหน้าฝน ที่มีสาเหตุมาจากการได้รับเชื่อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ลอยอยู่ในอากาศ หรือสัมผัสกับสิ่งของหรือสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และโรคปอดอักเสบ 
  2.  กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร ที่มีสาเหตุจากการกินอาหารและน้ำที่เรากิน เช่น โรคท้องร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ และอาจจะลุกลามไปเป็นโรค ลำไส้อักเสบได้เลย 
  3.  กลุ่มโรคมือเท้าปาก อีกหนึ่งโรคยอดฮิตตลอดการในหน้าฝน ซึ่งมักจะพบในเด็ก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอ็นเทอโร และเป็นโรคที่เหล่าพ่อแม่ต้อง เฝ้าระวังให้ดี เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ ผ่านทางน้ำมูกน้ำลาย รวมถึงน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเช่นกัน 
  4. กลุ่มโรคติดเชื้อจากบาดแผลและเยื้อบุผิวหนัง โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เราอาจจะสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ทั้งจากการลุยน้ำท่วมขัง หรือการที่มือไปสัมผัสเชื้อแล้วมาขยี่ตา เช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง หรือโรคน้ำกัดเท้า 
  5. โรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากยุงและสามารถติดต่อได้ ซึ่งเราต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิก้า
  6. โรคที่เราจะยังลืมไม่ได้เลยนั่นคือ โควิด19 ที่ยังคงอยู่กับเราและเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ดีในช่วงหน้าฝนอีกด้วย 

เมื่อเรารู้จักโรคต่างๆในหน้าฝนกันแล้ว แล้วเราจะต้องดูแลตัวเองยังไงดีถึงจะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นะ เดี๋ยวเราไปดูกัน 


3 วิธีดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝน 

  1. ดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ แน่นอนว่าสุขภาพที่ดีนั้นเป็นพื้นฐานที่ดีให้เรา ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งการเสริมวิตามินซี นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะสมกับช่วงวัย 
  2. หลีกเลี่ยงการตากฝนหรือลุยน้ำท่วมขัง เชื้อโรคที่มากับหน้าฝนนั้นจะอยู่ในอากาศและน้ำท่วมขัง ซึ่งช่วงก่อนฝนตกมักจะมีลมแรงที่พัดเอาเชื้อโรคให้แพร่กระจายขึ้นมาในอากาศ และช่วงที่ฝนตกก็มักจะชะเอาสิ่งสกปรกรวมถึงเชื้อโรคต่างๆมากับน้ำ หากเราสามารถเลี่ยงได้ ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ 
    แต่หากเราจำเป็นต้องตากฝนหรือลุยน้ำขัง เมื่อเรากลับถึงบ้านและ ก็ควรรีบอาบน้ำสระผม เช็ดตัวและเป่าผมให้แห้งสนิท เพื่อเป็นการกำจัดความชื้น เชื้อโรคที่อาจจะติดมาออกไป
  3.  ป้องกันตัวเองและผู้อื่นจากการติดเชื้อ ในเมื่อเรายังต้องออกไปใช้ชีวิตพบปะผู้คนซึ่งเราไม่อาจรู้เลยว่าตัวเราเอง หรือมีใครกำลังป่วยอยู่หรือเปล่า สิ่งที่เราควรทำคือการป้องกัน ทั้งการใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปยังที่มีคนพลุกพลาน การล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น การใช้ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงการตากฝนหรือลุยน้ำ และดูและรอบๆที่พักอาศัยไม่ให้รกเป็นที่อยู่ของ หนู หรือ ยุงลาย

เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับหน้าฝนแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และแชร์ความรู้ดีๆไปให้กับคนที่เรารักด้วยน๊า 


อ้างอิง 
kbkjclinic thansettakij

 
    

บทความที่เกี่ยวข้อง
การเดินทาง Wifi จากวิทยุคลื่นสั้น สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า สัญญาณไร้สายอย่าง Wi-Fi ที่ช่วยให้เราท่องโลกออนไลน์จากโซฟาที่บ้านได้อย่างสบาย ๆ นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? จากแนวคิดด้านการสื่อสารในยุคสงครามโลก สู่การเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกอาคารต้องมี บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย วิวัฒนาการของ Wi-Fi ตั้งแต่มาตรฐานยุคแรกที่มีความเร็วเพียง 1 Mbps ไปจนถึง Wi-Fi 7 ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเชื่อมต่อ พร้อมอธิบายว่าทำไมการเข้าใจประวัติของ Wi-Fi จึงมีผลโดยตรงต่อการเลือกอัปเกรดระบบเครือข่ายทั้งในบ้านและองค์กร
วิวัฒนาการของ Network Switch จาก "ฮับ" ยุค 80 สู่ "หัวใจ AI" ในปี 2026 เจาะลึกวิวัฒนาการ Network Switch ที่คุณอาจไม่เคยรู้!
สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนการสื่อสารและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า "Network Switch" เป็นหัวใจหลักในการจัดการและควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลภายในองค์กรและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ การเดินทางของเทคโนโลยีสวิตชิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการแก้ปัญหาความคับคั่งในระบบเครือข่ายยุคแรก และพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลายทศวรรษเพื่อตอบสนองต่อปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ จนกระทั่งในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) สวิตช์ได้เปลี่ยนผ่านจากอุปกรณ์ส่งต่อข้อมูลธรรมดาไปสู่แพลตฟอร์มการประมวลผลอัจฉริยะที่ต้องรองรับความหน่วงในระดับต่ำกว่าไมโครวินาทีและแบนด์วิดท์ในระดับหลายสิบเทราบิตต่อวินาที
Zero Downtime Strategy ป้องกันความเสียหายหลักล้าน ด้วยระบบที่ไม่หยุดนิ่ง
เจาะลึกกลยุทธ์ Zero Downtime ด้วยโซลูชั่นระดับโลก Eaton, Allied Telesis, Panduit และ Kumwell พร้อม Case Study จริง ROI คืนทุนภายใน 1-2 ปี
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy