Share

จะติดเธอ หรือติดใคร แต่อย่าติดโรคอะไรที่มากับฝนนะ

Last updated: 5 Aug 2025
633 Views
จะติดเธอ หรือติดใคร แต่อย่าติดโรคอะไรที่มากับฝนนะ
หน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำ เย็นสบาย แต่อาจจะแฝงภัยร้ายมากับสายลมได้ หลายคนอาจจประสบปัญหา หน้าฝนทีไรไม่สบายทุกที และด้วยสภาพอากาศในปัจจุบันที่แปรปรวน ก็ยิ่งทำให้เชื้อโรกต่างๆแพร่กระจายได้ง่ายยิ่งขึ้น วันนี้เราพาไปดูกันว่า หน้าฝนปีนี้มีโรคอะไรบ้างที่เราต้องระวัง และเราจะดูแลตัวเองยังไงถึงจะอยู่รอดปลอดภัยในหน้าฝนนี้ 


โรคยอดฮิตในช่วงหน้าฝนมีอะไรกันบ้างนะ 
  1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ โรคยอดฮิตในช่วงหน้าฝน ที่มีสาเหตุมาจากการได้รับเชื่อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ลอยอยู่ในอากาศ หรือสัมผัสกับสิ่งของหรือสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และโรคปอดอักเสบ 
  2.  กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร ที่มีสาเหตุจากการกินอาหารและน้ำที่เรากิน เช่น โรคท้องร่วงเฉียบพลัน อาหารเป็นพิษ และอาจจะลุกลามไปเป็นโรค ลำไส้อักเสบได้เลย 
  3.  กลุ่มโรคมือเท้าปาก อีกหนึ่งโรคยอดฮิตตลอดการในหน้าฝน ซึ่งมักจะพบในเด็ก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอ็นเทอโร และเป็นโรคที่เหล่าพ่อแม่ต้อง เฝ้าระวังให้ดี เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้ ผ่านทางน้ำมูกน้ำลาย รวมถึงน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเช่นกัน 
  4. กลุ่มโรคติดเชื้อจากบาดแผลและเยื้อบุผิวหนัง โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เราอาจจะสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ทั้งจากการลุยน้ำท่วมขัง หรือการที่มือไปสัมผัสเชื้อแล้วมาขยี่ตา เช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง หรือโรคน้ำกัดเท้า 
  5. โรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งแน่นอนว่าเกิดจากยุงและสามารถติดต่อได้ ซึ่งเราต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย ชิคุนกุนยา และโรคติดเชื้อไวรัสซิก้า
  6. โรคที่เราจะยังลืมไม่ได้เลยนั่นคือ โควิด19 ที่ยังคงอยู่กับเราและเป็นโรคที่แพร่กระจายได้ดีในช่วงหน้าฝนอีกด้วย 

เมื่อเรารู้จักโรคต่างๆในหน้าฝนกันแล้ว แล้วเราจะต้องดูแลตัวเองยังไงดีถึงจะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นะ เดี๋ยวเราไปดูกัน 


3 วิธีดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝน 

  1. ดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ แน่นอนว่าสุขภาพที่ดีนั้นเป็นพื้นฐานที่ดีให้เรา ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งการเสริมวิตามินซี นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะสมกับช่วงวัย 
  2. หลีกเลี่ยงการตากฝนหรือลุยน้ำท่วมขัง เชื้อโรคที่มากับหน้าฝนนั้นจะอยู่ในอากาศและน้ำท่วมขัง ซึ่งช่วงก่อนฝนตกมักจะมีลมแรงที่พัดเอาเชื้อโรคให้แพร่กระจายขึ้นมาในอากาศ และช่วงที่ฝนตกก็มักจะชะเอาสิ่งสกปรกรวมถึงเชื้อโรคต่างๆมากับน้ำ หากเราสามารถเลี่ยงได้ ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ 
    แต่หากเราจำเป็นต้องตากฝนหรือลุยน้ำขัง เมื่อเรากลับถึงบ้านและ ก็ควรรีบอาบน้ำสระผม เช็ดตัวและเป่าผมให้แห้งสนิท เพื่อเป็นการกำจัดความชื้น เชื้อโรคที่อาจจะติดมาออกไป
  3.  ป้องกันตัวเองและผู้อื่นจากการติดเชื้อ ในเมื่อเรายังต้องออกไปใช้ชีวิตพบปะผู้คนซึ่งเราไม่อาจรู้เลยว่าตัวเราเอง หรือมีใครกำลังป่วยอยู่หรือเปล่า สิ่งที่เราควรทำคือการป้องกัน ทั้งการใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปยังที่มีคนพลุกพลาน การล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น การใช้ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงการตากฝนหรือลุยน้ำ และดูและรอบๆที่พักอาศัยไม่ให้รกเป็นที่อยู่ของ หนู หรือ ยุงลาย

เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับหน้าฝนแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และแชร์ความรู้ดีๆไปให้กับคนที่เรารักด้วยน๊า 


อ้างอิง 
kbkjclinic thansettakij

 
    

Related Content
Zero Downtime Strategy ป้องกันความเสียหายหลักล้าน ด้วยระบบที่ไม่หยุดนิ่ง
ในงานอุตสาหกรรมหรือ Data Center "ไฟดับเพียงเสี้ยววินาที" อาจหมายถึงความเสียหายหลักล้าน! ทั้งข้อมูลสูญหาย เครื่องจักรหยุดทำงาน หรือระบบรักษาความปลอดภัยล้มเหลว การเชื่อมโยงโซลูชั่นเพื่อสร้างระบบ Resilience (ความยืดหยุ่นและการฟื้นตัว) ให้ธุรกิจของคุณทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
วิวัฒนาการ Data Center จากยุคเริ่มต้นสู่ Hyperscale Datacenter ในยุค AI
ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นทุกวันนี้ คุณเคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังบริการออนไลน์ที่คุณใช้งานอยู่ทุกวัน ทั้งโซเชียลมีเดีย สตรีมมิ่ง หรือแม้แต่ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มีอะไรเป็น 'หัวใจ' ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง? คำตอบคือ 'Data Center' หรือ 'ศูนย์ข้อมูล' นั่นเองครับ! จากตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดมหึมาในยุคแรกเริ่ม สู่ Cloud Computing ที่ยืดหยุ่น และก้าวเข้าสู่ Hyperscale Data Center ที่ทรงพลังในวันนี้ Data Center ได้เปลี่ยนแปลงบทบาทตัวเองมาตลอดเวลา บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางการพัฒนาอันน่าทึ่งของ Data Center ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงการเป็น 'โรงงานผลิต AI' ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมในโลกยุคใหม่ พร้อมเจาะลึกว่าทำไม Data Center ในวันนี้จึงสำคัญต่ออนาคตของ AI และดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของเรามากขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย!
กว่าจะมาเป็นสาย LAN Backbone ที่ขาดไม่ได้ในยุค AI
เคยสงสัยไหมว่าโลกดิจิทัลที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้จะทำงานได้อย่างไร หากไม่มีเส้นใยเล็กๆ ที่มองไม่เห็นเหล่านี้คอยเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน? ใช่แล้วครับ เรากำลังพูดถึง “สาย LAN” หรือสายเคเบิลเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังความเร็ว เสถียรภาพ และความปลอดภัยของการเชื่อมต่อในแทบทุกแง่มุมของชีวิตดิจิทัลของเรา ตั้งแต่การทำงานในสำนักงาน การเล่นเกมออนไลน์ ไปจนถึงระบบอัจฉริยะในบ้านและเมือง หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของสาย LAN และการเดินทางอันน่าทึ่งของเทคโนโลยีนี้ คุณมาถูกที่แล้วครับ บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยดูว่า วิวัฒนาการของสาย LAN เกิดขึ้นได้อย่างไร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย ไปจนถึงมาตรฐานความเร็วสูงในยุคปัจจุบันและอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ IoT เราจะเจาะลึกถึงมาตรฐาน Cat ต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเสริมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงบทบาทของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Panduit และ Royaltec ที่มีส่วนในการพัฒนาสาย LAN มาดูกันว่าสาย LAN ที่คุณใช้อยู่ทุกวันนี้มีเบื้องหลังที่น่าสนใจแค่ไหน และจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมต่อโลกของเราไปอีกนานเพียงใด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy