Share

ทริคจัดการเวลายุคใหม่ เน้นคุณภาพ ไม่กดดัน

Last updated: 5 Aug 2025
476 Views
โลกยุคนี้ เวลาคือสิ่งล้ำค่า! หลายคนพยายามหาเทคนิคจัดการเวลา แต่ลืมไปว่า "คุณภาพ" สำคัญกว่า "จำนวนเวลาที่ใช้ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ บริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพพร้อมๆกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกัน

  1. เลือกทำงานสำคัญก่อน เราควรประเมินความสำคัญของงานที่มีอยู่ในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และให้ทำงานที่มีความสำคัญหรือเป็นงานที่ยากก่อนในช่วงเช้าของแต่ละวัน เพื่อให้เราสามารถใช้พลังงานที่ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมไปกับการโฟกัสสิ่งที่สำคัญ เมื่อเราทำงานที่สำคัญเหล่านี้เสร็จแล้ว ทั้งวันที่เหลือก็ไม่มีอะไรให้เราต้องห่วงอีกต่อไป หรือเราจะวางแผนงานสำคัญนั้นไว้ในช่วงที่เราทำงานได้ดีที่สุดของวันก็ได้

  2. จำกัดเวลาสำหรับแต่ละงาน โดยการตั้ง Deadline ให้กับแต่ละงานที่เราต้องทำ ซึ่งเราควรประเมินเวลาให้เหมาะสมกับความยากง่ายของแต่ละงาน ซึ่งเราอาจจะใช้เทคนิคการทำ Time Blocking หรือ Promodo ก็ได้ เพราะคนเรามักจะขยายเวลาการทำงานออกไปเรื่อยๆ ถ้าเรารู้สึกว่ายังมีเวลาอยู่ ทำให้งานที่ควรเสร็จไปแล้วยังไม่เสร็จสักที

  3. หาช่วงเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุด ในแต่ละวัน เราจะไม่สามารถที่จะ Productive ได้ทั้งวัน จะมีช่วงเวลาที่เราสามารถทำงานได้ดีและมีสมาธิที่สุด กับช่วงเวลาอื่นๆที่ความ Productive ของเราจะลดลงไป ซึ่งเราควรจัดตารางให้งานสำคัญอยู่ในช่วงเวลาที่เราสามารถทำงานได้ดีที่สุดนั่นเอง

  4. ลดการทำงานแบบ Multitasking การทำงานหลายๆงานพร้อมกัน ทำให้เราสูญเสียการโฟกัส เพิ่มความเครียดและความผิดพลาดใหม่มากขึ้น จนเราทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง เนื่องจากเราจะเสียเวลากับการต้องเปลี่ยความสนใจไปมา ดังนั้นเราจึงควรโฟกัสงานให้เสร็จเป็นชิ้นๆไป ซึ่งจะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40% เลยทีเดียว

  5. กำจัดสิ่งรบกวน เช่นเดียวกับการทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน เพราะเมื่อเราต้องเปลี่ยนความสนใจตลอดเวลาทำให้สมองของเราเหนื่อยล้าเร็วขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดสิงที่จะมารบกวนเราในเวลาทำงานไม่ว่าจะเป็น เสียงแจ้งเตือนต่างๆ เสียงสัตว์เลี้ยงที่บ้านหรือเพื่อร่วมงานโต๊ะข้างๆ
  6. ฝึกปฏิเสธบ้าง ในแต่ละวันเราอาจจะมีงานที่เข้ามาแทรกแผนงานที่เราวางไว้ตลอดเวลา แต่เราไม่จำเป็นต้องรับทุกอย่างที่เข้ามา เพื่อรักษาเวลาของตัวเองไว้ แต่สำหรับบางคนที่การปฏิเสธเป็นเรื่องยาก การพูดคุยหาทางออกร่วมกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี

  7. ชั่งน้ำหนักผลลัพธ์ ทุกวันเรามีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมากมายว่า จะทำหรือไม่ทำอะไร ซึ่งก่อนที่เราเลือกเราควรคิดถึงผลลัพธ์ของสิ่งที่จะตามมาก หากเราไม่ทำแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์นั้นไม่ได้ส่งผลที่ร้ายแรงหรือทำให้ตัวเองผิดหวังในอนาคต เราก็ควรจะปล่อยวางในสิ่งที่ไม่สำคัญนั้นไป แล้วเราจะเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญกับเราจริงๆนั้นคืออะไร

  8. ผัดวันประกันพรุ่งบ้างก็ได้ จริงอยู่ที่การผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เรื่องดี แต่ บางครั้ง การที่เรารู้สึกอยากผัดวันประกันพรุ่งเป็นสัญญาณที่ร่างกายของเรากำลังบอกว่า ตัวเราตอนนี้กำลังล้าเกินไปแล้วก็เป็นได้ ซึ่งเราควรให้สมองและร่างกายของเราได้พักบ้าง

  9. ทบทวนตัวเอง ถ้าเราพบว่าเราไม่กะตือรือร้นกับงานที่ทำหรือเป้าหมายบางอย่างแล้วอาจะเป็นสัญญาณที่เราต้องมาทบทวนตัวเอง ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นยังคงเป็นสิ่งที่เราชอบหรือไม่ หรือลึกๆตัวเรากำลังต้องการ การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ซึ่งเราไม่ควรยึดติดกับอดีตหรือสิ่งที่ลงแรงทำลงไปแล้ว เพราะเวลา นั้นมีค่ามากกว่าการที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
การจัดการเวลาที่ดี ไม่ได้วัดจากการทำงานหนัก แต่เป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ เลือกทำในสิ่งที่สร้างความหมาย สร้างความแตกต่างในชีวิต ลองนำเทคนิคไปใช้แล้วเราจะได้พบกับชีวิตที่สมดุลและมีความหมาย


ที่มา : Facebook Mission Academy

Related Content
Obstruction Light แสงสว่างเพื่อความปลอดภัยที่มองข้ามไม่ได้
เคยสงสัยไหมว่าทำไมตึกสูงระฟ้าถึงต้องมีไฟกระพริบสีแดงหรือขาวอยู่บนยอด? หรือทำไมสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถึงต้องติดไฟราวกับเป็นส่วนหนึ่งของระบบนำทางบนท้องฟ้า? นั่นคือ 'ไฟเตือนสิ่งกีดขวาง' หรือ Obstruction Light นั่นเองครับ! เราจะพาคุณย้อนรอยไปทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของแสงแห่งความปลอดภัยนี้ ตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมเจาะลึกถึงวิวัฒนาการของกฎหมาย มาตรฐาน และเทคโนโลยีที่ทำให้การเดินทางทางอากาศปลอดภัยยิ่งขึ้น ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่สนใจความปลอดภัยทางอากาศ หรือกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับไฟเตือนสิ่งกีดขวางตามกฎหมายไทย บทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอนครับ!
Green Infrastructure พลิกโฉมอาคารและโรงงานสู่ความยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะประหยัดพลังงาน
ปัจจุบัน Sustainability หรือความยั่งยืน ไม่ใช่แค่เทรนด์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม อาคารอัจฉริยะ และ Data Center การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ประหยัดพลังงานตั้งแต่วันแรก จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
การเดินทาง Wifi จากวิทยุคลื่นสั้น สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้
เคยตั้งคำถามกันไหมว่า สัญญาณไร้สายอย่าง Wi-Fi ที่ช่วยให้เราท่องโลกออนไลน์จากโซฟาที่บ้านได้อย่างสบาย ๆ นั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? จากแนวคิดด้านการสื่อสารในยุคสงครามโลก สู่การเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่แทบทุกอาคารต้องมี บทความนี้จะพาคุณย้อนรอย วิวัฒนาการของ Wi-Fi ตั้งแต่มาตรฐานยุคแรกที่มีความเร็วเพียง 1 Mbps ไปจนถึง Wi-Fi 7 ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโลกการเชื่อมต่อ พร้อมอธิบายว่าทำไมการเข้าใจประวัติของ Wi-Fi จึงมีผลโดยตรงต่อการเลือกอัปเกรดระบบเครือข่ายทั้งในบ้านและองค์กร
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy