Share

ทริคจัดการเวลายุคใหม่ เน้นคุณภาพ ไม่กดดัน

Last updated: 5 Aug 2025
951 Views
โลกยุคนี้ เวลาคือสิ่งล้ำค่า! หลายคนพยายามหาเทคนิคจัดการเวลา แต่ลืมไปว่า "คุณภาพ" สำคัญกว่า "จำนวนเวลาที่ใช้ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ บริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพพร้อมๆกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกัน

  1. เลือกทำงานสำคัญก่อน เราควรประเมินความสำคัญของงานที่มีอยู่ในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และให้ทำงานที่มีความสำคัญหรือเป็นงานที่ยากก่อนในช่วงเช้าของแต่ละวัน เพื่อให้เราสามารถใช้พลังงานที่ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมไปกับการโฟกัสสิ่งที่สำคัญ เมื่อเราทำงานที่สำคัญเหล่านี้เสร็จแล้ว ทั้งวันที่เหลือก็ไม่มีอะไรให้เราต้องห่วงอีกต่อไป หรือเราจะวางแผนงานสำคัญนั้นไว้ในช่วงที่เราทำงานได้ดีที่สุดของวันก็ได้

  2. จำกัดเวลาสำหรับแต่ละงาน โดยการตั้ง Deadline ให้กับแต่ละงานที่เราต้องทำ ซึ่งเราควรประเมินเวลาให้เหมาะสมกับความยากง่ายของแต่ละงาน ซึ่งเราอาจจะใช้เทคนิคการทำ Time Blocking หรือ Promodo ก็ได้ เพราะคนเรามักจะขยายเวลาการทำงานออกไปเรื่อยๆ ถ้าเรารู้สึกว่ายังมีเวลาอยู่ ทำให้งานที่ควรเสร็จไปแล้วยังไม่เสร็จสักที

  3. หาช่วงเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุด ในแต่ละวัน เราจะไม่สามารถที่จะ Productive ได้ทั้งวัน จะมีช่วงเวลาที่เราสามารถทำงานได้ดีและมีสมาธิที่สุด กับช่วงเวลาอื่นๆที่ความ Productive ของเราจะลดลงไป ซึ่งเราควรจัดตารางให้งานสำคัญอยู่ในช่วงเวลาที่เราสามารถทำงานได้ดีที่สุดนั่นเอง

  4. ลดการทำงานแบบ Multitasking การทำงานหลายๆงานพร้อมกัน ทำให้เราสูญเสียการโฟกัส เพิ่มความเครียดและความผิดพลาดใหม่มากขึ้น จนเราทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง เนื่องจากเราจะเสียเวลากับการต้องเปลี่ยความสนใจไปมา ดังนั้นเราจึงควรโฟกัสงานให้เสร็จเป็นชิ้นๆไป ซึ่งจะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40% เลยทีเดียว

  5. กำจัดสิ่งรบกวน เช่นเดียวกับการทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน เพราะเมื่อเราต้องเปลี่ยนความสนใจตลอดเวลาทำให้สมองของเราเหนื่อยล้าเร็วขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดสิงที่จะมารบกวนเราในเวลาทำงานไม่ว่าจะเป็น เสียงแจ้งเตือนต่างๆ เสียงสัตว์เลี้ยงที่บ้านหรือเพื่อร่วมงานโต๊ะข้างๆ
  6. ฝึกปฏิเสธบ้าง ในแต่ละวันเราอาจจะมีงานที่เข้ามาแทรกแผนงานที่เราวางไว้ตลอดเวลา แต่เราไม่จำเป็นต้องรับทุกอย่างที่เข้ามา เพื่อรักษาเวลาของตัวเองไว้ แต่สำหรับบางคนที่การปฏิเสธเป็นเรื่องยาก การพูดคุยหาทางออกร่วมกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี

  7. ชั่งน้ำหนักผลลัพธ์ ทุกวันเรามีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมากมายว่า จะทำหรือไม่ทำอะไร ซึ่งก่อนที่เราเลือกเราควรคิดถึงผลลัพธ์ของสิ่งที่จะตามมาก หากเราไม่ทำแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์นั้นไม่ได้ส่งผลที่ร้ายแรงหรือทำให้ตัวเองผิดหวังในอนาคต เราก็ควรจะปล่อยวางในสิ่งที่ไม่สำคัญนั้นไป แล้วเราจะเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญกับเราจริงๆนั้นคืออะไร

  8. ผัดวันประกันพรุ่งบ้างก็ได้ จริงอยู่ที่การผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เรื่องดี แต่ บางครั้ง การที่เรารู้สึกอยากผัดวันประกันพรุ่งเป็นสัญญาณที่ร่างกายของเรากำลังบอกว่า ตัวเราตอนนี้กำลังล้าเกินไปแล้วก็เป็นได้ ซึ่งเราควรให้สมองและร่างกายของเราได้พักบ้าง

  9. ทบทวนตัวเอง ถ้าเราพบว่าเราไม่กะตือรือร้นกับงานที่ทำหรือเป้าหมายบางอย่างแล้วอาจะเป็นสัญญาณที่เราต้องมาทบทวนตัวเอง ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นยังคงเป็นสิ่งที่เราชอบหรือไม่ หรือลึกๆตัวเรากำลังต้องการ การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ซึ่งเราไม่ควรยึดติดกับอดีตหรือสิ่งที่ลงแรงทำลงไปแล้ว เพราะเวลา นั้นมีค่ามากกว่าการที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
การจัดการเวลาที่ดี ไม่ได้วัดจากการทำงานหนัก แต่เป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ เลือกทำในสิ่งที่สร้างความหมาย สร้างความแตกต่างในชีวิต ลองนำเทคนิคไปใช้แล้วเราจะได้พบกับชีวิตที่สมดุลและมีความหมาย


ที่มา : Facebook Mission Academy

Related Content
โพแทสเซียมไอออน แบตเตอรี่ทางเลือกใหม่สำหรับอนาคต
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้เดินหน้าไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของต้นทุนและวัตถุดิบที่หายาก ทำให้เกิดการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและต้นทุนต่ำกว่า หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือ แบตเตอรี่โพแทสเซียมไอออน
Cat6 vs Cat6A ต่างกันอย่างไร? เมื่อมี Cat7 แล้ว องค์กรควรเลือกสาย LAN แบบไหน
เปรียบเทียบ Cat6 กับ Cat6A ทั้งความเร็ว ระยะทางและการใช้งาน พร้อมอธิบายว่า Cat7 ต่างจาก Cat6A อย่างไร และองค์กรควรเลือกสาย LAN แบบไหนให้คุ้มในระยะ 5–10 ปี
Power Shield 8 ระบบ BMS ตัวช่วยหลักที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดาย
ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) Battery Management System - BMS โดยทั่วไปแล้วระบบนี้ คือ ·       เทคโนโลยีการตรวจสอบแบตเตอรี่ (Battery Monitoring Technology) - ทำหน้าที่ติดตามสถานะต่างๆ ของแบตเตอรี่ เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟ ปริมาณคงเหลือของพลังงาน และอุณหภูมิ ·       ซอฟต์แวร์แดชบอร์ด (Dashboard Software) - แสดงข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบแบตเตอรี่ ช่วยให้ผู้ใช้งานวิเคราะห์และประเมินสภาพของแบตเตอรี่ได้ง่ายขึ้น โดยซอฟต์แวร์นี้จะแสดงข้อมูลสุขภาพของแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ และวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ประสิทธิภาพในอนาคต
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. นโยบายความเป็นส่วนตัว and นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy