ทริคจัดการเวลายุคใหม่ เน้นคุณภาพ ไม่กดดัน
Last updated: 5 Aug 2025
756 Views

โลกยุคนี้ เวลาคือสิ่งล้ำค่า! หลายคนพยายามหาเทคนิคจัดการเวลา แต่ลืมไปว่า "คุณภาพ" สำคัญกว่า "จำนวนเวลาที่ใช้ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ บริหารจัดการเวลาให้มีประสิทธิภาพพร้อมๆกับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกัน
ที่มา : Facebook Mission Academy
- เลือกทำงานสำคัญก่อน เราควรประเมินความสำคัญของงานที่มีอยู่ในแต่ละวัน โดยพิจารณาจากผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และให้ทำงานที่มีความสำคัญหรือเป็นงานที่ยากก่อนในช่วงเช้าของแต่ละวัน เพื่อให้เราสามารถใช้พลังงานที่ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมไปกับการโฟกัสสิ่งที่สำคัญ เมื่อเราทำงานที่สำคัญเหล่านี้เสร็จแล้ว ทั้งวันที่เหลือก็ไม่มีอะไรให้เราต้องห่วงอีกต่อไป หรือเราจะวางแผนงานสำคัญนั้นไว้ในช่วงที่เราทำงานได้ดีที่สุดของวันก็ได้
- จำกัดเวลาสำหรับแต่ละงาน โดยการตั้ง Deadline ให้กับแต่ละงานที่เราต้องทำ ซึ่งเราควรประเมินเวลาให้เหมาะสมกับความยากง่ายของแต่ละงาน ซึ่งเราอาจจะใช้เทคนิคการทำ Time Blocking หรือ Promodo ก็ได้ เพราะคนเรามักจะขยายเวลาการทำงานออกไปเรื่อยๆ ถ้าเรารู้สึกว่ายังมีเวลาอยู่ ทำให้งานที่ควรเสร็จไปแล้วยังไม่เสร็จสักที
- หาช่วงเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุด ในแต่ละวัน เราจะไม่สามารถที่จะ Productive ได้ทั้งวัน จะมีช่วงเวลาที่เราสามารถทำงานได้ดีและมีสมาธิที่สุด กับช่วงเวลาอื่นๆที่ความ Productive ของเราจะลดลงไป ซึ่งเราควรจัดตารางให้งานสำคัญอยู่ในช่วงเวลาที่เราสามารถทำงานได้ดีที่สุดนั่นเอง
- ลดการทำงานแบบ Multitasking การทำงานหลายๆงานพร้อมกัน ทำให้เราสูญเสียการโฟกัส เพิ่มความเครียดและความผิดพลาดใหม่มากขึ้น จนเราทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง เนื่องจากเราจะเสียเวลากับการต้องเปลี่ยความสนใจไปมา ดังนั้นเราจึงควรโฟกัสงานให้เสร็จเป็นชิ้นๆไป ซึ่งจะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40% เลยทีเดียว
- กำจัดสิ่งรบกวน เช่นเดียวกับการทำงานหลายๆอย่างพร้อมกัน เพราะเมื่อเราต้องเปลี่ยนความสนใจตลอดเวลาทำให้สมองของเราเหนื่อยล้าเร็วขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดสิงที่จะมารบกวนเราในเวลาทำงานไม่ว่าจะเป็น เสียงแจ้งเตือนต่างๆ เสียงสัตว์เลี้ยงที่บ้านหรือเพื่อร่วมงานโต๊ะข้างๆ
- ฝึกปฏิเสธบ้าง ในแต่ละวันเราอาจจะมีงานที่เข้ามาแทรกแผนงานที่เราวางไว้ตลอดเวลา แต่เราไม่จำเป็นต้องรับทุกอย่างที่เข้ามา เพื่อรักษาเวลาของตัวเองไว้ แต่สำหรับบางคนที่การปฏิเสธเป็นเรื่องยาก การพูดคุยหาทางออกร่วมกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี
- ชั่งน้ำหนักผลลัพธ์ ทุกวันเรามีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมากมายว่า จะทำหรือไม่ทำอะไร ซึ่งก่อนที่เราเลือกเราควรคิดถึงผลลัพธ์ของสิ่งที่จะตามมาก หากเราไม่ทำแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์นั้นไม่ได้ส่งผลที่ร้ายแรงหรือทำให้ตัวเองผิดหวังในอนาคต เราก็ควรจะปล่อยวางในสิ่งที่ไม่สำคัญนั้นไป แล้วเราจะเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญกับเราจริงๆนั้นคืออะไร
- ผัดวันประกันพรุ่งบ้างก็ได้ จริงอยู่ที่การผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เรื่องดี แต่ บางครั้ง การที่เรารู้สึกอยากผัดวันประกันพรุ่งเป็นสัญญาณที่ร่างกายของเรากำลังบอกว่า ตัวเราตอนนี้กำลังล้าเกินไปแล้วก็เป็นได้ ซึ่งเราควรให้สมองและร่างกายของเราได้พักบ้าง
- ทบทวนตัวเอง ถ้าเราพบว่าเราไม่กะตือรือร้นกับงานที่ทำหรือเป้าหมายบางอย่างแล้วอาจะเป็นสัญญาณที่เราต้องมาทบทวนตัวเอง ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นยังคงเป็นสิ่งที่เราชอบหรือไม่ หรือลึกๆตัวเรากำลังต้องการ การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ซึ่งเราไม่ควรยึดติดกับอดีตหรือสิ่งที่ลงแรงทำลงไปแล้ว เพราะเวลา นั้นมีค่ามากกว่าการที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
ที่มา : Facebook Mission Academy
Related Content
เคยสงสัยไหมครับว่ากล่องสี่เหลี่ยมพร้อมไฟกะพริบที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้เราใช้งานกันทุกวันนี้ มันคืออะไรกันแน่? บางคนเรียกรวมๆ ว่า Router แต่บางทีก็เจอคำว่า Hub, Switch หรือ Access Point โผล่มาให้งงเล่น แล้วอุปกรณ์เครือข่ายเหล่านี้มันต่างกันอย่างไร? ทำไมบางอย่างถึงราคาถูก แต่บางอย่างก็แพงลิบลิ่ว บทความนี้จะมาไขทุกข้อข้องใจให้คุณเอง เราจะพาไปทำความรู้จักอุปกรณ์แต่ละชิ้นแบบง่ายๆ พร้อมชี้จุดที่คนมักเข้าใจผิด และปิดท้ายด้วยคำแนะนำในการเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งานของคุณที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไปหรือวิศวกรเครือข่าย อ่านจบแล้วรับรองว่าโลกของ Network จะไม่ซับซ้อนอีกต่อไป!
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หลายโรงงานและอาคารพาณิชย์เริ่มตั้งคำถามเหมือนกันหมดว่า ทำไมค่าไฟแพงขึ้น ทั้งที่ใช้เครื่องจักรและแอร์เท่าเดิม? พอไล่ดูบิลจริงจัง จะเห็นชัดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่หน่วยที่ใช้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ เวลา ที่เราใช้ไฟด้วย โดยเฉพาะหลังเริ่มมีโครงสร้างค่าไฟแบบ Time of Use (ToU) เข้ามาเกี่ยว ESS ที่เคยถูกมองว่าเป็นแค่ตู้แบตสำรองไฟ ตอนนี้เลยกลายเป็นเครื่องมือวางกลยุทธ์ด้านพลังงานไปแล้ว ใครยังคิดว่า ESS = UPS แค่กันไฟดับ มีโอกาสวางสเปกพลาด และเสียโอกาสประหยัดค่าไฟไปหลายแสนต่อปีได้ง่าย ๆ
ถ้ามองระบบไฟฟ้าไทยทุกวันนี้เหมือนระบบท่อในโรงงาน จะเห็นภาพชัดว่าปัญหาไม่ใช่แค่ มีน้ำพอไหม แต่คือ น้ำไหลพุ่งช่วงไหน ต่างหาก โครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบ ToU ก็คือการคิดค่าบริการตามช่วงเวลาที่โหลดขึ้นสูงสุด ถ้าไปดึงโหลดตอนท่อทุกคนเปิดเต็ม ๆ ก็ต้องจ่ายแพงเป็นธรรมดา
เวลาอนุมัติงบซื้อโคมไฟโรงงาน หลายคนยังติดภาพว่าของถูกคือของคุ้ม แต่พอใช้ไปสัก 23 ปี กลับเจอภาพเดิมๆ คือไฟเสียบนที่สูง เรียกรถกระเช้า ช่างต้องขึ้นทำงานบนพื้นที่เสี่ยง หยุดไลน์ผลิตครึ่งวัน เสียทั้งค่าแรง เสียทั้งโอกาส ถ้านับจริงๆ ต้นทุนทั้งหมดแพงกว่าโคมดีๆ ตั้งแต่แรกเยอะมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนดูแลโรงงานควรเริ่มหันมาใช้มุมมอง Total Cost of Ownership (TCO) ในการเลือกโคมไฟ ไม่ได้ดูแค่ราคาหน้าใบเสนอราคา แต่มองระยะยยาวทั้งค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา อายุการใช้งานของ Driver และ LED ไปจนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในโซนกันระเบิดที่พลาดไม่ได้เลย


