Hybrid Working การทำงานแนวใหม่ในยุค Next Normal
Last updated: 5 Aug 2025
821 Views

Hybrid Working การทำงานแนวใหม่ในยุค Next Normal
ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้หลายองค์กรต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และปรับกลยุทธ์ให้รองรับการทำงานของพนักงานจากระยะไกลที่มีจำนวนมากอย่างกะทันหัน และยังต้องยังต้องทบทวนกลยุทธ์และการลงทุนที่ช่วยให้การสื่อสารและการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่มีแต่ความไม่แน่นอนนี้
Poly (เดิมชื่อ Plantronics และ Polycom) (NYSE: PLT) โพลีเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจการสื่อสารระดับโลกที่มุ่งสร้างอำนาจจากการเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกันของมนุษย์ โพลีได้ออกรายงานฉบับใหม่ของตน 2 ฉบับเมื่อเร็วๆ นี้ ชื่อ การทำงานในยุคนิวนอร์มอล: การจัดลำดับความสำคัญด้านดิจิทัล (The Future of Work in the New Normal: Re-thinking your Digital Priorities) และ การทำงานแบบไฮบริดผสมผสาน: การสร้างนิวนอร์มอลสำหรับการปฏิบัติงาน การจัดพื้นที่และวัฒนธรรมในการทำงาน (Hybrid Working: Creating the next normal in work practices, spaces and culture) ซึ่งรายงานทั้งสองฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสถานที่ทำงานสมัยใหม่ในปัจจุบัน (และพื้นที่ทำงาน) ซึ่งจะมีการทำงานแบบไฮบริดผสมผสานเป็นบรรทัดฐาน รวมถึงแนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีที่เหมาะสมและโซลูชันการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้องค์กรวางแผนสำหรับอนาคตได้อย่างเหมาะสม
ตัวอย่าง Google ที่ได้เริ่มให้พนักงานทำงานในรูปแบบ Hybrid Working
Alphabet Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ได้ประกาศนโยบายการทำงานที่ผ่อนปรนมากขึ้น โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถทำงานนอกสถานที่ หรือทำงานจากที่บ้านได้ เพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19
Sundar Pichai, CEO ของบริษัท ได้แจ้งนโยบายการทำงานใหม่แก่พนักงาน โดยจะให้พนักงานของ Google 60% เข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ เพียงแค่บางวันต่อสัปดาห์ อีก 20% ย้ายสถานที่ทำงานไปที่ออฟฟิศ ของ Google แห่งอื่นๆ และอีก 20% สุดท้ายจะทำงานที่บ้าน อีกทั้งยังมีการออกข้อกำหนดอีกว่า พนักงาน Google สามารถทำงานจากสถานที่อื่นได้ 4 สัปดาห์ต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ 2 สัปดาห์
สามารถที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการพนักงานไปถึง 268 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ทั้งปี 2020 บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไปถึง 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้หลายองค์กรต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน และปรับกลยุทธ์ให้รองรับการทำงานของพนักงานจากระยะไกลที่มีจำนวนมากอย่างกะทันหัน และยังต้องยังต้องทบทวนกลยุทธ์และการลงทุนที่ช่วยให้การสื่อสารและการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่มีแต่ความไม่แน่นอนนี้
Poly (เดิมชื่อ Plantronics และ Polycom) (NYSE: PLT) โพลีเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจการสื่อสารระดับโลกที่มุ่งสร้างอำนาจจากการเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกันของมนุษย์ โพลีได้ออกรายงานฉบับใหม่ของตน 2 ฉบับเมื่อเร็วๆ นี้ ชื่อ การทำงานในยุคนิวนอร์มอล: การจัดลำดับความสำคัญด้านดิจิทัล (The Future of Work in the New Normal: Re-thinking your Digital Priorities) และ การทำงานแบบไฮบริดผสมผสาน: การสร้างนิวนอร์มอลสำหรับการปฏิบัติงาน การจัดพื้นที่และวัฒนธรรมในการทำงาน (Hybrid Working: Creating the next normal in work practices, spaces and culture) ซึ่งรายงานทั้งสองฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสถานที่ทำงานสมัยใหม่ในปัจจุบัน (และพื้นที่ทำงาน) ซึ่งจะมีการทำงานแบบไฮบริดผสมผสานเป็นบรรทัดฐาน รวมถึงแนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีที่เหมาะสมและโซลูชันการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้องค์กรวางแผนสำหรับอนาคตได้อย่างเหมาะสม
ตัวอย่าง Google ที่ได้เริ่มให้พนักงานทำงานในรูปแบบ Hybrid Working
Alphabet Inc. ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ได้ประกาศนโยบายการทำงานที่ผ่อนปรนมากขึ้น โดยจะเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถทำงานนอกสถานที่ หรือทำงานจากที่บ้านได้ เพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19
Sundar Pichai, CEO ของบริษัท ได้แจ้งนโยบายการทำงานใหม่แก่พนักงาน โดยจะให้พนักงานของ Google 60% เข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ เพียงแค่บางวันต่อสัปดาห์ อีก 20% ย้ายสถานที่ทำงานไปที่ออฟฟิศ ของ Google แห่งอื่นๆ และอีก 20% สุดท้ายจะทำงานที่บ้าน อีกทั้งยังมีการออกข้อกำหนดอีกว่า พนักงาน Google สามารถทำงานจากสถานที่อื่นได้ 4 สัปดาห์ต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่กำหนดไว้ 2 สัปดาห์
สามารถที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการพนักงานไปถึง 268 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ทั้งปี 2020 บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไปถึง 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Related Content
ในงานอุตสาหกรรมหรือ Data Center "ไฟดับเพียงเสี้ยววินาที" อาจหมายถึงความเสียหายหลักล้าน! ทั้งข้อมูลสูญหาย เครื่องจักรหยุดทำงาน หรือระบบรักษาความปลอดภัยล้มเหลว การเชื่อมโยงโซลูชั่นเพื่อสร้างระบบ Resilience (ความยืดหยุ่นและการฟื้นตัว) ให้ธุรกิจของคุณทำงานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด
ปัจจุบัน Sustainability หรือความยั่งยืน ไม่ใช่แค่เทรนด์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม อาคารอัจฉริยะ และ Data Center การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้ประหยัดพลังงานตั้งแต่วันแรก จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ


